เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
ข้าพเจ้าชื่อ น.ส.ลัดดาวัลย์ เหลี่ยมศร ชื่อเล่น ลัดดา อายุ 15 ปี ฉันเรียนอยู่โรงเรียนชนแดนวิทยาคม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ครอบครัวของข้าพเจ้ามีสมาชิกทั้งหมด 4 คนคือ พ่อ แม่ น้อง และตัวฉัน ครอบครัวของข้าพเจ้ามีความสุขดี เพราะอยู่อย่างพอเพียง ฉันมีนิสัยที่ชอบหงุดหงิดง่ายมากๆ และเป็นคนอารมณ์ร้อน และไม่ชอบความวุ่นวาย ตัวการ์ตูนที่ฉันชอบคือ โดเรม่อน เพราะมันน่ารักดีน่ารักษาสีก็สวย

วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บทความการศึกษา

นักเรียนพิจิตรนับหมื่นปลื้มจนน้ำตาคลอเบ้า




ข้าราชการครูและนักเรียนจังหวัดพิจิตรนับหมื่นดีใจน้ำตาคลอเบ้า ขอขอบคุณรัฐบาล ที่ดำเนินโครงการคืนครูให้นักเรียนได้ทันเวลาเปิดเรียนภาคแรกปีการศึกษา 2552 ตามนโยบายเร่งด่วนของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะปฏิรูป การศึกษาตามพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมถึงกระจายโอกาสให้ประชาชน ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ










เป้าหมายของรัฐบาล จะสำเร็จได้ยากหากครู ยังคงมีภารกิจอย่างอื่น นอกจากการเรียนการสอน มากเหลือเกิน จนอาจจะกล่าวได้ว่ามีเวลาสอนไม่ถึงครึ่งของเวลาทำการ ดังนั้นนโยบายคืนครูให้กับนักเรียน โดยการจัดให้มีการบรรจุ ครูธุรการ ไปทำหน้าที่แทนครูที่ต้องรับภาระอันหนักอยู่ ในโรงเรียนต่างๆนั้น จึงเป็นนโยบายที่โดนใจและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ครู นักเรียน และผู้ปกครอง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่ง ที่สนับสนุนให้การปฎิรูปการศึกษาของรัฐบาลบรรลุเป้าหมาย ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย


คุณหญิงกษมา วรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวยกย่อง ชมเชยและเห็นอกเห็นใจ ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ดำเนินโครงการคืนครูให้กับนักเรียน สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ในคอลัมภ์พบกันทุกวันอังคาร เมื่อวันที่ 12 พฤษาคม 2552










ดร.สุรเสน ทั่งทอง ผู้อำนวยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตรเขต 1 (สพท. พจ.1) กล่าวกับผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2552 ว่ากลยุทธ์สำคัญประการหนึ่งที่ทำให้งานในสังกัด สพท.พจ.1 ประสบความสำเร็จอย่างภาคภูมิใจนั้นคือการน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2552 เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐาน “การปฏิบัติงานทุกอย่างของข้าราชการ มีผลเกี่ยวเนื่องถึงประโยชน์ส่วนรวมของบ้านเมือง และประชาชนทุกคน ข้าราชการทุกฝ่าย ทุกระดับ จึงต้องทำความเข้าใจในความสำคัญข้อนี้ให้ถ่องแท้ และเพียรพยายามปฏิบัติงานของตนด้วยความตั้งใจ จริงใจ และด้วยความรับผิดชอบอย่างสูง เพื่อให้งานที่ทำบังเกิดผลเป็นประโยชน์เป็นความเจริญมั่นคงแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง” ซึ่งท่านผู้อำนวยการได้ฝากให้นำมาเป็นหลักปฏิบัติ ในการดำเนินงานตาม ภาระ หน้าที่รับผิดชอบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินงานตามโครงการคืนครูให้กับนักเรียน นั้น สพท. พจ.1 ได้รับเกียรติจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ให้เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการอบรม ให้ความรู้แก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติหน้าที่ธุรการโรงเรียน ของ สพท. พจ.1 สพท.พจ.2 ศูนย์การศึกษาพิเศษ และสถานศึกษาในสังกัด สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ รวมทั้งสิ้น 151 คน เพื่อให้มีความพร้อม มีความรับผิดชอบ มีความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติงานธุรการ การประสานงาน ความรู้เกี่ยวกับงาน สารบรรณ ความรู้เกี่ยวกับงานพัสดุ ความรู้เกี่ยวกับงานข้อมูลและสารสนเทศ ซึ่งบรรลุผลสำเร็จ และประหยัดเงินงบประมาณของทางราชการ ด้วยความร่วมมือของข้าราชการในสังกัดและผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาบุคลากรทุกคนที่ร่วมใจกัน น้อมนำพระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดังกล่าวข้างต้น มายึดถือเป็นแนวปฏิบัติงานในหน้าที่ราชการของตน










จากการสอบถาม นายประทวน อินทร์เถื่อน และ นายนุกูล นิยมไทย รองผอ.สพท. พจ.1 ผู้รับผิดชอบและกำกับดูแลโครงการนี้ ทราบว่าจากการประเมินผลการอบรมครูธุรการที่ผ่านการอบรมระหว่าง วันทึ่ 7-27 พฤษภาคม 2552 รวม 20 วัน (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ณ ห้องประชุม ชาลวัน สพท. พจ.1 นั้นปรากฏว่าผู้เข้ารับการอบรมมีประสิทธิภาพ อยู่ในขั้นสูงมาก ทั้งด้านความตั้งใจ และองค์ความรู้ คิดเป็นร้อยละ 98 ของเกณฑ์ประเมินที่กำหนดไว้ จึงมั่นใจได้ว่าเจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนทุกคนที่ผ่านการอบรมครั้งนี้ จะไปทำงานได้ผลดีเป็นที่พอใจ ของผู้บริหารโรงเรียนและช่วยเหลือคุณครูตามโรงเรียนหรือกลุ่มโรงเรียนเดิมที่ต้องทำงานอยู่หลายหน้าที่ทั้งด้านการเรียนการสอนและงานธุรการคงจะได้มีเวลาให้กับนักเรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่กันเสียที










โครงการนี้จึงทำให้ครูและนักเรียนดีใจมาก บางคนปลื้มจนน้ำตาคลอเบ้าทีเดียว เพราะไม่คิดว่าจะได้ครูธุรการ มาช่วยรวดเร็วขนาดนี้ บางคนถึงกับอุทานว่า “ดีใจที่ฝันเป็นจริงแล้ว” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูไม่ครบชั้นอยู่แล้วแต่ยังต้องรับผิดชอบ ทำงานธุรการอีกด้วย นับว่าเป็นเรื่องที่หนักใจมากที่เดียว และเป็นผลทำให้การพัฒนาการเรียนการสอนของเด็กไม่ดีดั่งใจของครู นับต่อแต่นี้ไป คุณครูยิ้มได้ นักเรียนคงจะได้เรียนอย่างมีความสุข ก็หวังว่าผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนในจังหวัดพิจิตรจะพัฒนา ขึ้นเป็นลำดับ คุณผู้อ่านเห็นด้วยไหมค่ะ










ดร. ฉวีรรณ เจริญทรัพย์

ความรักแม่ที่มีต่อลูก

เรื่องสั้น ความรักที่แม่มีต่อลูก

บอกเพื่อนด้วย Link:

หมวด: ความรัก, บทความ

แม่ผู้แก่เฒ่าเดินไม่ได้คนหนึ่ง เป็นที่รำคาญใจของลูกชาย เหลือเกิน …






สมัยนั้นยังไม่มีสถานสงเคราะห์คนชรา จึงไม่รู้ว่าจะเอาแม่ไปฝากใครให้เลี้ยงแทน …






ชายหนุ่มจึงตัดสินใจแบกเอาไปปล่อยป่าให้อยู่ตามยถากรรม …






ระหว่างทาง แม่ไม่วอนขอ… ไม่ถาม… ไม่ว่าอะไร…






ตั้งใจหักกิ่งไม้ตามทาง เรื่อยไป เข้าป่าลึก






ไกลมากแล้ว…..ลูกชายวางแม่ลงบนโขดหิน แล้วหันหลังเดินกลับทางเดิมไป …






… ตอนนี้เอง ที่แม่ตะโกนตามหลังลูกชายไปว่า …






“ลูกเอ๋ย เดินตามรอยกิ่งไม้ที่แม่หักไว้ให้นะ จะได้ไม่หลงทาง…”






อ่านแล้วน่าสงสารนะคะ ความรักของแม่แม้จะรู้ว่าลูกจะนำตัวเองไปปล่อย กลับไม่กลัว แต่กลัวลูก จะหาทางกลับบ้านไม่เจอ อย่าทิ้งแม่นะคะแม่เป็นผู้มีพระคุณที่สุด ใกล้จะวันแม่แล้วอย่าลืมหา ดอกมะลิหอมๆ แถมกลอนเพราะๆ ไปกราบท่านนะคะ



วิธีปราบสิว

วิธีปราบสิว


เรื่อง พญ. ลลิตา ธีระสิริ





ไม่มีใครชอบสิว ก็...มันทำให้หายสวย ยิ่งวัยรุ่นละก็ เม็ดสิวบนใบหน้าถือเป็นเรื่องคอขาดบาทตายเอาเลยทีเดียว



สิวเกิดหลายสาเหตุ สิวหนุ่มสาวเกิดจากฮอร์โมนเพศสวิงขึ้นลงพลุ่งพล่าน สิวเกิดจากความสกปรก ทำให้ต่อมไขมันติดเชื้อก็ได้ เกิดจากความเครียดความกังวลก็ได้ เช่น เกิดก่อนการมีประจำเดือน เกิดตอนอดนอน หรือตอนดูหนังสือสอบ ท้องผูกก็ทำให้เป็นสิว ฯลฯ ดูเหมือนว่าสิวมันพร้อมที่จะประทุบนใบหน้าได้ทุกเมื่อแหล่ะ



เราสามารถใช้ธรรมชาติบำบัดกำจัดสิวได้ ดังนี้



1. เสริมความแข็งแรงของผิวหน้า ใบหน้าของเราเผชิญกับมลภาวะหลากรูปแบบ จึงจำเป็นที่มันต้องป้องกันตัวของมันให้ได้ วิธีการไม่มีอะไรดีไปกว่าการทำให้บริเวณผิวหน้าอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีน และสังกะสี



เบต้าแคโรทีน จะทำให้ผิวหนังแข็งแรงขึ้น ไม่เป็นริ้วรอย ตลอดจนป้องกันรอยปริแยกของผิว ไม่ให้เกิดขึ้นง่ายๆ ผิวหน้าที่ออกเหลืองนิดๆ ด้วยสีของเบต้าแคโรทีนใต้ผิวหนังจะกลายสภาพเป็นเกราะกำบังสิวได้เป็นอย่างดี



คงจำได้ว่าเบต้าแคโรทีนมีมากในผักและผลไม้เท่านั้น ในเนื้อ นม ไข่ ไม่มี ผักสีเขียวจัดๆ ผลไม้สีเหลือง แดงจะมีเบต้าแคโรทีนสูง มะละกอ มะม่วงสุก ฟักทอง แครอท เป็นต้น ควรหามากินเป็นประจำ จนผิวมีสีออกเหลืองนิดๆ ไม่ต้องเหลืองมากเดี๋ยวจะไม่สวยอีก



สำหรับสังกะสีจะทำให้ผิวสมานตัวเร็ว รอยแผล รอยสิว หรือสิวอักเสบจะหายได้เร็วกว่า สำหรับสังกะสีมีมากในจมูกข้าวสาลีและเมล็ดฟักทอง



2. เพิ่มภูมิต่านทานด้วยวิตามินซี หากอยากกำราบสิวอักเสบ จำเป็นต้องเพิ่มภูมิต้านทานให้ดีเยี่ยม และไม่มีอะไรดีกว่าการใช้วิตามินซีจากผักสดและผลไม้สดเป็นประจำ เม็ดเลือดขาวของเราจะทำงานมีประสิทธิภาพดีมาก หากวิตามินซีในร่างกายเพียงพอ การดื่มน้ำคั้นจากผลไม้สดเป็นประจำจะช่วยได้ น้ำส้มคั้นสดๆ หรือน้ำฝรั่งคั้นสดมีวิตามินซีสูง แต่ต้องคั้นแล้วดื่มเลย อย่าทิ้งไว้วิตามินซีจะได้ไม่สลายตัวเวลาถูกกับอากาศ



3. กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ธรรมชาติบำบัดถือว่าสิวเกิดจากสารพิษ หากสารพิษค้างอยู่ในเลือดมากเกินไป ร่างกายจะดันเอาสารพิษออกไปอยู่ที่ผิวหนัง เนื่องจากผิวหนังเป็นส่วนที่ปลอดภัยที่สุด สิวจึงปะทุออกมาอยู่บนใบหน้า แผ่นหลัง ต้นแขน ฯลฯ นั่นแหล่ะเป็นวิธีที่ร่างกายกำจัดสารพิษทิ้งด้วยตัวของมันเอง และนี่เองทีท้องผูกเป็นต้นเหตุของสิว เวลาอุจจาระค้างอยู่ในลำไส้ พิษจากอุจจาระสามารถดูดซึมผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดเยอะแยะเลย



ดังนั้น หากเป็นสิวเรื้อรังและอยากจะหาย การอดด้วยวิธีกินผลไม้ทั้งวัน เช่น กินฝรั่ง หรือมะละกอทั้งสักสัปดาห์ละครั้ง จะช่วยร่างกายขับสารพิษออกไปได้



การสวนกาแฟก็จะไปกระตุ้นตับให้ขับสารพิษออกมาได้มากขึ้น และทำให้สิวหายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หากสวนกาแฟเป็น ให้สวนทุกวันจะช่วยได้มาก การแก้ปัญหาท้องผูกด้วยการกินสารเส้นใยให้มากพอ การกินข้าวกล้องทุกมื้อ กินเมล็ดธัญพืช กินผัก ผลไม้เป็นประจำ ดื่มน้ำมากๆ จะช่วยบรรเทาอาการของสิวลง



4. หาทางคลายเครียด การฝึกจิตสงบด้วยโยคะ ชี่กงไท้เก๊ก มีประโยชน์ การฝึกสมาธิ สวดมนต์เป็นประจำยิ่งดีใหญ่เลย การออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อระเหิดความเครียดจะช่วยได้มาก แต่อย่าลืมว่าอาหารก็สามารถใช้ลดความเครียดได้ อาหารที่มีวิตามินบีและซีสูงๆ จะทำให้หายเครียดได้ ซึ่งก็ไม่พ้นที่ต้องกินข้าวกล้องผักสดและผลไม้สดเป็นประจำนั่นแหล่ะ



ข้อควรระวังสำหรับคนเป็นสิวคือ อย่านอนดึก อย่าเอามือสกปรกจับหรือลูบใบหน้า อย่าล้างหน้าด้วยสบู่หรือโฟมทุกครั้ง เพราะผิวหน้าจะแห้งเกินไป ติดเชื้อง่ายพยายามเลี่ยงอาหารไขมันสูง เนย ชีส ช็อกโกแลต กะทิ อะไรทำนองนี้ เพื่อที่ไขมันจะได้ไม่ล้นเกิน จะได้ไม่เป็นภาระของร่างกายที่ต้องขับน้ำมันออกไปตามต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ให้เสี่ยงต่ออาการอักเสบติดเชื้อ วิธีนี้จะลดอัตราเสี่ยงของการเกิดสิวลง





--------------------------------------------------------------------------------



ที่มา : ขวัญเรือน ปักษ์หลังพฤษภาคม 2550 ฉบับที่ 852 ปีที่ 39

ความสุขจากการมองโลกในแง่ดี

ความสุขจากการมองโลกในแง่ดี




สถานีโทรทัศน์ไทยที.วี.สี ช่อง 3 ได้เชิญผมไปเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “ความสุขจากการมองโลกในแง่ดี” ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปจากทุกแผนกฟัง เมื่อเร็วๆ นี้



เป็นหัวข้อที่น่าสนใจมาก และได้รับความสนใจดียิ่ง



ความสุขของมนุษย์มีหลายอย่างหลายมิติ



บางอย่างก็ฉาบฉวย ผิวเผินบางอย่างก็ลึกซึ่ง



แต่ความสุขเป็นสิ่งดีที่ใครๆ ก็อยากได้ แม้จะรู้ว่ามักจะอยู่กับเราไม่นานนัก ถ้าเราไม่ฝึกใจฝึกนิสัยให้มีความสุขอย่างแท้จริง ความสุขก็หลุดล่องลอยไปจากตัวเราได้ง่าย



ความสุขในแง่จิตวิทยาเป็นสุขแบบหนึ่ง ที่มนุษย์นิยมนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเห็นผลได้ง่าย



ความสุขจากการมองโลกในแง่ดีก็เป็นความสุขในแนวนำจิตวิทยามาประยุกต์ใช้อย่างหนึ่ง



มนุษย์ทั่วไปมักจะมองโลกชีวิตตัวเอง และคนอื่นเป็น 3 แบบคือ



มองโลกในแง่ดี หรือบวก (+)



มองโลกในแง่ไม่ดี หรือลบ (-)



และมองโลกในแง่กลางๆ หรือศูนย์ (0)



ตัวอย่างเช่น ถ้าเรานั่งอยู่คนเดียวในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมชั้นหนึ่งที่มีผู้คนมาใช้บริการปะปนอยู่ จู่ๆมีผู้ชายคนหนึ่งที่คุณไม่รู้จัก ท่าทางดี แต่งกายดี อายุกลางคน เดินยิ้มเข้ามาทักทายคุณว่า “ สวัสดีครับ ไปไหนมาครับ ? ” คุณคิดอย่างไรในแวบแรก



ถ้าคิดว่าเขาก็แค่คนๆ หนึ่ง คงทักคนผิด ก็เท่ากับคุณคิดแบบกลางๆ



ถ้าคิดว่าเขาอาจเป็นเพื่อนเก่าที่คุณจำไม่ได้ หรือเขาอยากรู้จักและเป็นมิตรใหม่กับคุณ ก็ถือว่าคุณคิดแบบบวก (+) มองโลกในแง่ดี



ถ้าคิดว่าเขาอาจเป็นพวกมิจฉาชีพจะมาต้มตุ๋น หรือผิดปรกติทางจิตหรือเปล่า ก็ถือว่าคุณคิดในแบบลบ (-)



เคยมีรายงานว่าคนที่คิดแบบบวก หรือมองโลกในแง่ดีจะมีความสุขมากกว่าอีก 2 ชนิด เพราะในช่วงที่คิดแบบบวกนั้นจะมีการหลั่งสารของความสุขออกมา



ทำให้เกิดความหวังในชีวิตเสมอ มีกำลังใจ มองตัวเองและคนอื่นแบบมีค่าและมีศักดิ์ศรี มีมิตรเพิ่มขึ้น เข้ากับผู้คนได้ง่าย ได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่นเสมอ และสามารถแก้ไขอุปสรรคในชีวิตและการทำงานได้ดี ขอโทษเป็น มีอารมณ์ขันได้ ไม่กังวลใจ หรือสงสัยในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ และรู้จักทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเล็กได้ด้วย



สิ่งดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ทำให้มีความสุขทั้งนั้น



คนที่มองโลกในด้านดีมักมีจิตใต้สำนึกที่ดี เคยได้รับความรักและความสนใจจากครอบครัวมาก่อน หรือเป็นเพราะเห็นแบบอย่างและประโยชน์จากการมองโลกในด้านดี จากสิ่งแวดล้อม หรือครอบครัวมาก่อน หรือเป็นเพราะมีการฝึกจิตใจให้มองโลกในด้านดีเสมอมา



อาจมีคำถามว่าถ้าเรามองโลกในด้านดี แล้วเชื่อคนอื่นได้ง่ายๆ มิเสียรู้คนบ่อยๆ หรือ



ก็ขอตอบว่า คนมองโลกในด้านดีก็มีสติและปัญญา รู้จักเลือกว่าควรจะปล่อยใจให้เชื่อคนแต่ละคนได้ต่างกัน รู้จักวางตัว และถอยตัวเป็นเมื่อพบคนไม่ดีหรือสิ่งไม่ดีจริงๆ เขาไม่ใช่คนโง่ที่ยอมให้ชักจูงได้ง่าย หรือแม้จะเสียรู้บ้างก็ไม่เสียใจมากนัก พร้อมจะรับไว้เป็นบทเรียน และยังมองโลกในแง่ดีอีกต่อไป เพราะรู้ว่าประโยชน์มีมากกว่าโทษ



ในการบรรยายนั้นได้สอนวิธีพัฒนาความคิดจาก (-) ให้ (+) ในระดับจิตใต้สำนึก เพื่อจะได้มองโลกในแง่ดี จากนั้นเราจะรู้จักตัวเองเป็นมากขึ้น อยากทำกิจกรรมดีๆ เพื่อตัวเอง เช่น การออกกำลังกาย การสร้างความสัมพันธ์ดีๆ กับเพื่อนมากขึ้น ได้สอนวิธีให้ความรัก ถนอมความรัก วิธีการให้อภัยตนเองและคนอื่น รวมทั้งวิธีลดความเครียด มองข้ามความหยุมหยิม ไม่ทำตัวหน้าเบื่อจำเจ รู้จักลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ซาบซึ้งความดีของตนเองและคนอื่น รู้จักยิ้มและมีความสุขได้แม้ในยามลำบาก หรือไม่มีความสุข



ประโยชน์ของการฝึกนิสัยให้มองโลกในแง่ดีนั้นมีมากมาย เป็นการเปิดประตูให้เป็นมิตรกับตัวเองและคนอื่นได้มากขึ้น และทำให้ชีวิตมีพลังของการคิดในแนวบวก ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังไม่มี



อ่านถึงตรงนี้แล้ว นึกอยากฝึกตัวเองให้มองโลกในแง่ดีมากขึ้นไหมเล่า อย่าบอกว่าฝึกไม่ได้หรอก หรือมันยากเกินไปเลย เพราะนั่นเป็นการเริ่มต้น วิธีคิดแบบคนมองโลกในแง่ไม่ดีต่างหาก



อย่าคิดอย่างนั้นเลยครับ

พบกับ....สวัสดี.....ชีวิต พ็อคเก็ตบุ๊คเล่มใหม่ เขียนโดย ศ.ดร.นายแพทย์วิทยา นาควัชระ หนังสือเล่มนี้จะบอกถึงแง่มุมต่างๆ ของชีวิต ทั้งที่ชอบ – ไม่ชอบ ดี – ไม่ดี เพื่อจะได้เข้าใจรู้จักและยอมรับแง่มุมเหล่านั้นด้วยความรู้สึกคุ้นเคยเหมือนกล่าวคำ “ สวัสดี ” กับชีวิต แล้วชีวิตจะมีแต่ดี...กับ..ดีขึ้น...ทุกวัน มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้





--------------------------------------------------------------------------------



ที่มา : ดิฉัน ปีที่ 30 ฉบับที่731 วันที่ 15สิงหาคม2550