เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
ข้าพเจ้าชื่อ น.ส.ลัดดาวัลย์ เหลี่ยมศร ชื่อเล่น ลัดดา อายุ 15 ปี ฉันเรียนอยู่โรงเรียนชนแดนวิทยาคม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ครอบครัวของข้าพเจ้ามีสมาชิกทั้งหมด 4 คนคือ พ่อ แม่ น้อง และตัวฉัน ครอบครัวของข้าพเจ้ามีความสุขดี เพราะอยู่อย่างพอเพียง ฉันมีนิสัยที่ชอบหงุดหงิดง่ายมากๆ และเป็นคนอารมณ์ร้อน และไม่ชอบความวุ่นวาย ตัวการ์ตูนที่ฉันชอบคือ โดเรม่อน เพราะมันน่ารักดีน่ารักษาสีก็สวย

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

เศร้าจัง

รีสอร์หัวหิน

ทะเลแหวก

กำเนิดโดราเอมอน

กำเนิดโดราเอมอน

โดราเอมอนถือกำเนิดขึ้นในปี 2112 และถูก เชวาชิ เหลนของเหลนของโนบิตะ ขอร้องให้เดินทางไปแก้ไขชีวิตอันแสนจะย่ำแย่ของบรรพบุรุษ โดยความสามารถพิเศษของโดราเอมอนจะมี.....

  • ตาอินฟาเรด.... สามารถมองเห็นในที่มืดได้
  • จมูก.... จะไวต่อกลิ่นแป้งทอดเป็นพิเศษ (จำเป็นไหมเนี่ยะ)
  • มือพิเศษ.... สามารถดูดเกาะติดได้ทุกอย่าง (แต่คงไม่เท่า สไปเดอร์-แมน เขาหรอก)
  • ปาก.... สามารถพูดภาษาแมวได้ (ก็เป็นแมวไม่ใช่เหรอ!)
  • กระเป๋าสี่มิติ.... ภายในเป็นสี่มิติจึงสามารถใส่ของได้สารพัด (ถ้าโดราเอมอนไม่มีกระเป๋าขึ้นมาก็จบครับ)
  • หาง..... ถ้าโดนดึงหาง เครื่องจะหยุดทำงาน (จุดอ่อนของโดราเอมอน)
  • เท้า.... เท้าสามารถลอยจากพื้นได้ด้วยพลังแรงดึงดูด เพราะอย่างงี้เท้าโดราเอมอนจึงไม่เคยดำ!
  • หู.... ความเป็นจริงแล้วโดราเอมอนจะมีหูอยู่ด้วย แต่เพราะโดนหนูกัดหู ทำให้โดราเอมอนไม่มีหูเหมือนกับหุ่นแมวตัวอื่น ๆ

อาจารย์ฟุจิโกะ เอฟ ฟุจิโอะ ผู้ให้กำเนิดโดราเอมอน

อาจารย์ฟุจิโกะมีชื่อจริงว่า ฟูจิโมโตะ ฮิโรชิ เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 1933 (นับตามรูแบบของญี่ปุ่น จะเรียกว่า ปีโชวะที่ 8) ที่อำเภอทาคาโอกะ จังหวัดโทะยามะ....อาจารย์ฟุจิโกะ จบจากโรงเรียนศิลปะการช่างทาคาโอกะ.... เข้าสู่วงการการ์ตูนโดยได้แรงบันดาลใจมาจากอาจารย์เท็ตซึกะ โอซามุ ผู้เขียนผลงานเอาไว้มากมายอย่างเช่น เจ้าหนูปรมาณู....

อาจารย์เข้าสู่วงการพร้อมกับเพื่อนของอาจารย์ที่ชื่อว่า อาบิโกะ โมโตโอะ เพื่อนที่เจอกันมาตั้งแต่โรงเรียนประถม เทย์ซึกะ... ผลงานชิ้นแรกเริ่มของอาจารย์ทั้งสองท่าน คือเรื่อง นางฟ้าทามะจัง ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไมนชิโชกักคุเซ ในปีโชวะที่ 26 (1951).... หลังจากนั้นก็เข้าโตเกียว และได้เป็นนักวาดการ์ตูนเต็มตัวในปีโชวะที่ 29 (1954) ทั้งสองใช้นามปากการ่วมกันว่า ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ.... ในช่วงนี้ท่านทั้งสองได้สร้างผลงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผีน้อยคิวทาโร่, ปาร์แมน, เอสเปอร์สาวน้อยพลังจิต และแน่นอนโดราเอมอน....

ในปีโชวะที่ 62 (1987) อาจารย์อาบิโกะได้ขอแยกตัวออกมา โดยใช้ชื่อว่า ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ เอ.... หลังจากนั้นอาจารย์ก็ใช้ชื่อว่า ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ และได้สร้างสรรค์ผลงานออกมาอยู่ตลอด... ท่านจากโลกใบนี้เมื่อปีเฮเซที่ 8 (1996) ในวันที่ 23 กันยายน ด้วยโรคทางตับ... ผลงานเรื่องสุดท้ายของท่านคือ โนบิตะกับเมืองของเล่น ที่เป็นผลงานชิ้นที่ 18 ของท่าน (ท่านไม่สามารถสร้างสรรค์จนแล้วเสร็จ และจากโลกนี้ไปด้วยอายุเพียง 62 ปี)

10 การผจญภัยของโดราเอมอนที่น่าจดจำ

หลังจากตอนแรกที่การผจญภัยของโดราเอมอนเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ตลอดระยะเวลา 25 ปี ได้มีตอนใหม่ ๆ ออกมาตลอดทุกปี จึงถือเป็นธรรมเนียมของญี่ปุ่นเขา ที่หนึ่งปีต้องสร้างโดราเอมอนออกฉาย 1 ตอน ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้ก็ได้ผ่านมาถึงตอนที่ 24 แล้ว....ฉบับนี้เราคัด 10 ตอนที่โดดเด่นที่สุดของโดราเอมอน ย้อนรำลึกให้ได้หายคิดถึง....

ไดโนเสาร์ของโนบิตะ

เนื้อเรื่อง: โนบิตะได้ไปขุดหาไข่ไดโนเสาร์เพื่อให้เพื่อน ๆ ของเขายอมรับ ว่าบนโลกนี้ยังมีไดโนเสาร์อยู่ และแล้วโนบิตะก็ไปเจอก้อนหินก้อนหนึ่งซึ่งโนบิตะคิดว่ามันเป็นไข่โดราเอมอนจึงช่วยทางอ้อมให้ฟักออกมาเป็นตัว ไดโนเสาร์พันธุ์คอยาว (นึกไม่ออกดูหน้าเนสซี่ครับ) ชื่อว่า พีซึเกะ แต่เพราะสภาวะปัจจุบันไม่เหมาะสม ทำให้ต้องจำใจพามันย้อนกลับไปยังยุคไดโนเสาร์ สุดท้ายโนบิตะ, โดราเอมอน และกลุ่มเพื่อนก็ต้องย้อนกลับไปช่วยพีซึเกะ เพื่อพาไปยังที่อยู่ที่แท้จริงของมัน นี่คือที่มาของการเดินทางในครั้งนี้...

สิ่งที่ทำให้น่าจดจำ:โลกที่เต็มไปด้วยไดโนเสาร์สิ่งเหล่านี้คือความใฝ่ฝันของเด็ก ๆ แทบทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการเจอะเจอ ไทแรนโนซอรัส ด้วยตาตัวเอง เด็ก ๆ ทุกคนจึงมักจินตนาการใฝ่ฝันว่าบนโลกนี้ยังมีไดโนเสาร์อยู่ และเหนือสิ่งอื่นใด นี่คือ การผจญภัยของโดราเอมอนตอนแรกเริ่มครับ!

โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ

เนื้อเรื่อง: มีอยู่วันหนึ่ง โนบิตะฝันว่าตัวเองอยู่ในที่อีกที่หนึ่ง เป็นยานอวกาศที่มีสัตว์เลี้ยงลักษณะเหมือนแมว แล้วมีเด็กผู้ชายอีกหนึ่งคนอยู่ด้วย แต่ยังไงโดราเอมอนก็ไม่เชื่อ จู่ ๆ คืนหนึ่งแมวตัวนั้นก็โผล่ออกมาจากใต้ที่นอนของโนบิตะ... โนบิตะกับโดราเอมอนได้รู้จักกับเด็กผู้ชายที่ชื่อ โรพอล จากดาวโคยะ ดวงดาวที่มีสัตว์รูปร่างประหลาด ๆ และธรรมชาติที่สวยงามแต่ก็มีพวกกลุ่มคนร้ายคิดยึดครองดวงดาว ทำให้โนบิตะต้องร่วมแรงใจกับเพื่อน ๆ เพื่อปกป้องดวงดาวแห่งนี้....

สิ่งที่ทำให้น่าจดจำ:นี่คือตอนต่อหลังจากความสำเร็จของตอนแรกเป็นการเล่าเรื่องของโลกอีกฟากที่ยากต่อการจินตนาการ ใครจะรู้ว่าดวงดาวอีกฟากมีสัตว์รูปร่างแปลกตากว่าโลกของเราขนาดไหน!? เหมือนได้ดูหนังไซไฟจินตนาการสูงส่ง การผจญภัยครั้งนี้คุณจะได้เห็นถึงความกล้าหาญชั้นสูงสุดของโนบิตะด้วยครับ

ตะลุยปราสาทใต้สมุทร

เนื้อเรื่อง:เข้าถึงวันหยุดฤดูร้อนกลุ่มโนบิตะกับเพื่อนต่างคนต่างต้องการไปคนละสถานที่โนบิตะกับซิซุกะอยากไปภูเขา แต่ไจแอนท์กับซูเนโอะอยากไปทะเล สุดท้ายโดราเอมอนต้องแก้ปัญหาด้วยการพาไปปีนภูเขาใต้ท้องทะเล ทั้งสี่ตอบตกลง โดยไจแอนท์กับซูเนโอะมีเล่ห์นัยอยู่นิด ๆ และทั้ง 5 ก็ออกเดินทางไปใต้มหาสมุทรแปซิฟิก พร้อมกับรถเดินทางที่มีชื่อว่า บัคกี้ และได้พบกับการผจญภัยครั้งใหม่ ที่มีทั้งปลาหมึกยักษ์, มนุษย์ใต้สมุทร และปริศนาสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า....

สิ่งที่ทำให้น่าจดจำ:ลองนึกสิครับว่า ถ้าคุณสามารถเดินทางใต้ทะเลได้คุณจะไปมั้ย!? มีทั้งปลาทะเลหายาก ปะการังสีสวยงาม โดยเราหายใจในทะเลได้สบาย ๆ เป็นใครก็อยากไปเชื่อเหอะ! และนี่ก็เป็นอีกตอนที่แสดงออกมาให้เห็นถึงจิตนาการของฟุจิโกะ ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างสนุกสนานแฝงสาระ

สงครามอวกาศ

เนื้อเรื่อง:มีอยู่คืนหนึ่ง โดราเอมอนกับโนบิตะได้พบกับ พาพิ ประธานาธิบดีของดาวพิริก้า ที่ดวงดาวแห่งนั้นเกิดการกบฏขึ้นทำให้ต้องหนีมาโลก แต่กลุ่มกบฏก็ยังตามมา แล้วจับตัวซิซุกะไปเป็นตัวประกัน ทำให้พาพิต้องใช้ตัวเองแลกกับตัวซิซุกะ พวกกลุ่มเด็กทั้ง 5 จึงต้องออกเดินทางไปดวงดาวพิริก้า เพื่อช่วยพาพิและปกป้องดวงดาวพิริก้าให้รอดปลอดภัย...

สิ่งที่ทำให้น่าจดจำ:ในช่วงที่มีเหตุวุ่นวายเกี่ยวกับสงครามออกมาให้ได้ยินได้ฟังตลอดเวลาส่งผลให้การ์ตูนตอนนี้สอนให้เด็ก ๆ รู้ว่า การทำสงครามแย่งชิงกันเพื่อความยิ่งใหญ่ของตัวเองหาใช่วิธีการที่ถูกต้อง สันติวิธีกับความสามัคคีต่างหากที่ทำให้โลกใบนี้สงบสุข

กำเนิดประเทศญี่ปุ่น

เนื้อเรื่อง:โนบิตะรู้สึกว่าชีวิตส่วนตัวถูกบังคับมากเหลือเกิน จึงต้องการที่จะไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียว บวกกับเพื่อน ๆ ทั้งหลายก็ทะเลาะกับที่บ้าน รวมทั้งโดราเอมอนด้วย (เพราะที่บ้านต้องการเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์) ทำให้ทั้ง 5 ได้เดินทางไปยังโลกในสมัยอดีตเมื่อเจ็ดหมื่นปีก่อน เพื่อสร้างประเทศของพวกเขา การมาครั้งนี้ทำให้พวกเขาได้พบกับ คุคุรุ เด็กน้อยจากเผ่าแสงสว่าง (แต่ถูกห้วงมิติดูดมาอยู่ในโลกปัจจุบัน) เพื่อช่วยคุคุรุกำจัดเผ่าความมืดซึ่งได้ออกมาทำลายเผ่าต่าง ๆ หวังครองโลก ทำให้เด็กทั้ง 5 ต้องออกเดินทางอีกครั้ง โดยพยายามไม่ให้แผนของเจ้า กิกะ ราชาของเผ่าความมืด ดำเนินการได้สำเร็จ....

สิ่งที่ทำให้น่าจดจำ:เป็นการเล่าเรื่องราวในโลกอดีต ซึ่งได้ถ่ายทอดให้เห็นการดำเนินชีวิตแบบคนโบราณ อีกทั้งความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ และที่แน่ ๆ ครับ สัตว์เลี้ยงทั้ง 3 ของโนบิตะ คือสามสัตว์สุดยอดของตำนาน!!!


บุกอาณาจักรเมฆ

เนื้อเรื่อง:โนบิตะต้องการไปอยู่บนโลกสวรรค์ จึงเดือดร้อนต่อโดราเอมอนอีกครั้ง จากความต้องการของโนบิตะ โดราเอมอนได้สร้างอาณาจักรบนท้องฟ้าขึ้นมา โดยใช้ก้อนเมฆช่วยสร้าง และได้ชวนเพื่อนทั้ง 3 มาเล่นด้วย แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อพวกโนบิตะได้เข้าไปผิดก้อนเมฆ ทำให้ได้พบกับมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนฟ้า ทำให้เด็กทั้ง 5 ล่วงรู้ถึงแผนการของคนบนฟ้า ว่าจะทำให้น้ำท่วมโลก (แผนการโนอาห์) เด็กทั้ง 5 ต้องออกมาปกป้องบ้านเกิดของตัวเองให้รอดปลอดภัย...

สิ่งที่ทำให้น่าจดจำ:การผจญภัยครั้งนี้เป็นการสอนให้รู้จักรักษาธรรมชาติของโลกเราเอาไว้ ถ้าไปทำลายมันมากเท่าไหร่ไม่แน่ว่าอนาคตของโลกเราอาจเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมโลกขึ้นมาจริง ๆ ก็เป็นได้!

สามอัศวินในจินตนาการ

เนื้อเรื่อง:โนบิตะต้องการให้โดราเอมอนสร้างโลกแห่งความฝันขึ้นมา จึงได้ใช้เครื่องมือชนิดหนึ่งที่เรียกว่า 'เครื่องมือช่วยฝัน' ซึ่งสามารถผจญภัยไปยังโลกต่าง ๆ ได้ โดยใช้เทปแห่งความฝันเป็นตัวเลือกความฝัน... โนบิตะเลือกสามอัศวินในจินตนาการเป็นความฝันของเขา เมื่อเข้าไปสู่โลกของนิทาน โนบิตะต้องออกผจญภัยอีกครั้งเพื่อให้ตัวเองได้เป็นสุดยอดอัศวิน (และพิชิตใจองค์หญิง)....

สิ่งที่ทำให้น่าจดจำ:หลังจากอาจารย์ได้เน้นหนักประเด็นเรื่องไปที่หลักวิทยาศาสตร์หลายครั้ง และแล้วอาจารย์ก็กลับมาสู่จินตนการในแบบเด็ก ๆ อีกครั้ง... การผจญภัยแบบอัศวิน เด็กคนไหนก็ต้องอยากเป็นทั้งนั้นแหละครับ การต่อสู้กับสัตว์ร้ายที่น่ากลัว ทั้งยังต่อสู้กับพ่อมดแบบไม่คิดชีวิต โดยที่ตัวเราไม่บาดเจ็บเพราะมันคือโลกแห่งความฝัน!

ตะลุยเมืองตุ๊กตาไขลาน

เนื้อเรื่อง:โดราเอมอนได้รับคูปองแลกดาวเคราะห์น้อยมา แล้วโนบิตะก็แลกมาได้หนึ่งดวง ซึ่งพวกเด็ก ๆ ตกลงที่จะสร้างอาณาจักรตุ๊กตาไขลานโดยต่างฝ่ายต่างสร้างในสิ่งที่ตนเองชอบอยู่มาวันหนึ่งมีโจรร้ายได้แอบเข้ามาในอาณาจักรหวังที่จะขโมยทอง จึงเกิดเป็นการผจญภัยครั้งใหม่ของพวกเด็กบนโลกที่มีแต่ตุ๊กตาเดินได้....

สิ่งที่ทำให้น่าจดจำ:เป็นตอนที่เปี่ยมจินตนาการเกี่ยวกับเมืองที่มีตุ๊กตาเดินไปมา ในแบบที่เด็ก ๆ ชอบ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่ชอบเล่นตุ๊กตาเป็นชีวิตจิตใจและนี่เป็นตอนสุดท้ายที่อาจารย์ฟุจิโกะทำก่อนที่ท่านจะจากไป!



ตำนานสุริยกษัตริย์

เนื้อเรื่อง:หลังจากที่เด็กทั้ง 5 เล่นกันอยู่ แต่แล้วเครื่องเล่นกลับโดนไจแอนท์แย่งเอาไปใช้ จึงเกิดเรื่องชุลมุนขึ้นระหว่างเอาของคืน ส่งผลให้ช่องกาลเวลาชำรุดไปโผล่ที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นโลกที่มีอารยะธรรมโบราณและทำให้ได้พบกับ เจ้าชายทีโอ (ที่มีหน้าตาเหมือนโนบิตะแทบจะถอดแบบกันเลย) เจ้าชายแห่งประเทศมายา เนื่องจากหน้าตาที่เหมือนกันมาก ทำให้ทั้งสองต้องการลองใช้ชีวิตแลกเปลี่ยนกันดู โนบิตะไปเป็นเจ้าชาย ส่วนทีโอเป็นโนบิตะ ไม่นานหลังจากนั้น กุกุ เพื่อนของเจ้าชายทีโอ ก็ถูก แม่มดเลดีน่า จับตัวไป เด็กทั้ง 5 กับเจ้าชายทีโอจึงต้องออกเดินทางไปช่วยเหลือกุกุ....

สิ่งที่ทำให้น่าจดจำ:นี่คือการ์ตูนตอนแรกที่ออกฉายช่วงเริ่มต้นทศวรรษ 2000 จึงได้มีการพัฒนาลายเส้นของการ์ตูนออกมาให้มีสีสันมากกว่าตอนเดิม ๆ ที่เคยเข้าฉาย และการผจญภัยครั้งนี้ ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นโดราเอมอนเอาไว้ครบถ้วนสมบูรณ์

อัศวินแดนวิหค

เนื้อเรื่อง:หลังจากโนบิตะได้ฟัง เดคิสุงิ เล่าว่าเรื่องราวของมนุษย์นกโนบิตะสนใจที่จะบินให้ได้ จึงคิดสร้างเครื่องบินขึ้นมา แต่แล้ววันหนึ่งก็ได้พบกับ กูซึเกะ นกที่มีรูปร่างเหมือนคน... ไจแอนท์กับซูเนโอะได้แอบเกาะเครื่องร่อนของกูซึเกะไปด้วย ทำให้โดราเอมอน, โนบิตะ และซิซุกะต้องเดินทางไปยังอาณาจักรเบิร์ดเปีย เมืองของกูซึเกะ และแล้วการผจญภัยของเด็กทั้ง 5 ก็เริ่มต้นขึ้น...

สิ่งที่ทำให้น่าจดจำ:ด้วยการผจญภัยที่คงเอกลักษณ์ความเป็นโดราเอมอน เหมาะกับทุก*** ทุกวัย โดยการผจญภัยครั้งนี้เน้นจินตนาการถึงมนุษย์ที่สามารถบินได้ (เชื่อว่าใคร ๆ ก็อยากไปมาบนท้องฟ้า) ทำให้ตอนนี้เป็นหนึ่งในตอนที่ดูสนุกมาก นับจากการจากไปของอาจารย์ฟุจิโกะ

ความลับที่ควรรู้เกี่ยวกับโดราเอมอน

1. เชื่อหรือไม่ว่า โดราเอมอนมีเลขที่เกี่ยวข้องคือ 129.3 ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก ส่วนสูง และปีเกิด (3-9-2112) ที่ต้องมีตัวเลขเท่านี้ เพราะอาจารย์ฟุจิโกะได้นำส่วนสูง โดยเฉลี่ยของเด็กญี่ปุ่นที่อยู่ในชั้น ป.4 มาคำนวณ เพื่อให้ได้ส่วนสูงเท่า ๆ กับโนบิตะที่อยู่ชั้น ป.4 นั่นเอง
2. คุณรู้ไหมว่า ตอนแรกนั้นโนบิตะของเราต้องแต่งงานกับใคร คำตอบครับ.... น้องสาวของไจแอนท์ ที่ชื่อว่า ไจโกะ นั่นเอง ต้องขอบคุณเชวาชิ เหลนของเหลน โนบิตะ ที่ทำให้ได้แต่งงานกับซิซุกะ
3. ความหมายของชื่อโนบิตะ ที่พ่อและแม่ของโนบิตะตั้งให้ แปลว่า.... ความหวังที่จะให้เจริญเติบโตอย่างแข็งแรง และก้าวหน้าไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
4. โดเรมี่ เกิดหลังโดราเอมอน 2 ปี และได้ปรากฏตัวครั้งแรกในปี 1973
5. การ์ตูนโดราเอมอน ตีพิมพ์รวมเล่มฉบับแรกเมื่อปี 1974
6. รู้รึเปล่าว่า... ทีมนักพากย์การ์ตูนโดราเอมอนที่ญี่ปุ่น เป็นชุดเดียวกันตลอดตั้งแต่เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 1979 และรู้รึเปล่าว่า... คนพากย์โนบิตะเป็นผู้หญิงครับ
7. ถ้าคุณลองกลับไปอ่านการ์ตูนเรื่อง ปาร์แมน จะเห็นว่าตัวเอกหญิงของการ์ตูนปาร์แมน ชื่อว่า โฮชิโนะ สุมิเระ เธอคือดาราดังในเรื่องโดราเอมอนด้วย
8. ได้มีการโหวตคะแนนตัวการ์ตูนยอดนิยมตลอดกาล 100 ตัว ของญี่ปุ่น ซึ่งจัดในปี 2002 โดยสถานีโทรทัศน์ทีวีอาซาฮึ และตัวละครของอาจารย์ฟุจิโกะได้ไปถึง 8 ตัว แน่ล่ะว่าโดราเอมอนได้อันดับที่ 1 โดยอันดับที่ 2 คือ ซุนหงอคง จาก ดรากอนบอลล์ นั่นเอง
9. โดราเอมอนถือเป็นการ์ตูนที่ไม่มีตอนจบ (ซึ่งมีอยู่น้อยมากที่จะเกิดขึ้น) แม้ว่าทางอาจารย์ได้มีการเขียนตอน "ลาก่อนโดราเอมอน" ออกมาก็จริง แต่ทว่ากระแสของแฟน ๆ การ์ตูนที่ไม่ต้องการให้จบ ทำให้อาจารย์ต้องนำกลับมาเขียนต่อ จนอาจารย์ได้จากโลกนี้ไปเสียก่อน....
ข้อมูลจากนิตยสาร Starpics ฉบับวันที่ 2 กันยายน 2549
ที่มา http://movie.sanook.com/behind/behind_12166.php

โดราเอม่อน

ฮาจัง

เบื้องหลังความลับ

ความลับ

กราบดิน2

กราบดิน

เพลงสุดท้าย

ที่รัก

เศร้าจัง

ปิดตำนาน

รวมพลคนหน้าเหมือนแบงค์

เกินคำว่ารัก

งมงาย

โจทย์รัก

แด่เทอที่รัก

ฟังเพลงแด่เธอที่รัก

เพลงจร้า

ฟังเพลงโปรดส่งใครมารักฉันที

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

the star 6

      No. 1     ลูกเกต the star6
จิณภัค เปียกลิ่น Chinapak Piakin
วันเกิด : 20 มีนาคม 2535
ภูมิลำเนา : ภูเก็ต
ส่วนสูง/ น้ำหนัก : 167 Cm / 50 Kg
การศึกษา : มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียน สตรีภูเก็ต
อุปนิสัย : ร่าเริง สดใส สนุกสนาน อัธยาศัยดี สบายๆ
คติประจำใจ :มุ่งมั่นเพื่อฝัน ตั้งใจทำให้ดีที่สุด
แนวเพลง : R&B, Bossanova,POP
แนวหนัง : Comady,Romantic
สถานที่เที่ยว : Japan
อาหารโปรด : อาหารทะเล ปลาหมึกผัดไข่
ศิลปินคนโปรด : ดา เอ็นโดฟิน
นักแสดงที่ชื่นชอบ : เคน ธีรเดช แอน ทองประสม อั้ม พัชราภา
   No. 2     ไอซ์ the star6
ณัฐพัชร์ ธนนนท์กิตติยศ Nattapat Tananonkittiyot
วันเกิด : 5 กันยายน 2537
ภูมิลำเนา : เชียงใหม่
ส่วนสูง/ น้ำหนัก : 180 Cm / 67 Kg
การ ศึกษา : มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน นานาชาตินครพายัพ
อุปนิสัย : ร่าเริง  สนุกสนาน
คติประจำใจ :Be who you are,and the best you can
แนวเพลง : POP Rock,Rock, R&B
แนวหนัง : Action,Comady,Romantic,Sci-fi,Fantacy,Adventure,Horror นี่มันจะทุกแนวแล้วนะเนี่ยะ อิอิ
สถานที่เที่ยว : ผจญภัย สวนสนุก
อาหารโปรด : ต้มยำกุ้งน้ำใส
ศิลปินคนโปรด : รุจ The Star 4
นักแสดงที่ชื่นชอบ : ชาคริต แย้มนาม

      No. 3     กัน the star6
นภัทร อินทร์ใจเอื้อ Napat Injaiuea
วันเกิด : 23 ตุลาคม 2533
ภูมิลำเนา : สุพรรณบุรี
ส่วนสูง/ น้ำหนัก : 174 Cm / 62 Kg
การ ศึกษา : ปี 1 คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
อุปนิสัย : ร่าเริง  สนุกสนาน
คติประจำใจ :ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
แนวเพลง : POP
แนวหนัง : บู๊ ผจญภัย
สถานที่เที่ยว : ธรรมชาติ ทะเล นำตก ต่างจังหวัด
อาหารโปรด : ข้าวเหนียวส้มตำ ข้าวผัด
ศิลปินคนโปรด : อ๊อฟ ปองศักดิ์ บอย พีชเมคเกอร์
นักแสดงที่ชื่นชอบ : ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ



      No. 4    เก่ง  the star6
วาโย อัศวรุ่งเรือง Wayo Assawarungruang
วันเกิด : 27 ธันวาคม 2530
ภูมิลำเนา : กรุงเทพฯ
ส่วนสูง/ น้ำหนัก : 178 Cm / 59 Kg
การ ศึกษา : ปี 5 คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล
ปี 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
อุปนิสัย : สนุกสนาน ร่าเริง   บันเทิงจิต แต่คิดมากในบางครั้ง
คติประจำใจ :สู้เพื่อแม่
แนวเพลง : POP Rock
แนวหนัง : สยองขวัญ,ตลก
สถานที่เที่ยว : Central World
อาหารโปรด : ไข่ปลาค้อต,ไข่หอยเม่น,ไข่ปลาแซลมอน,ไข่กุ้ง,คาเวียร์
ศิลปินคนโปรด :ตูน Body Slam
นักแสดงที่ชื่นชอบ : ขวัญ อุษามณี

      No. 5    เซน  the star6
ปฏิภาณ หล่อเสถียร Patiphan Lowsathian
วันเกิด : 11 ตุลาคม 2533
ภูมิลำเนา : เชียงราย
ส่วนสูง/ น้ำหนัก : 180 Cm / 60 Kg
การ ศึกษา : ปี 1 ม.ราชภัฏเชียงใหม่ คณะคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
อุปนิสัย : สบายๆ สดใส ร่าเริง เป็นกันเอง
คติประจำใจ :ความดีเปรียบเหมือนกางเกงใน ที่พกไว้เสมอแต่ไม่ต้องโชว์ใคร
แนวเพลง : POP R&B
แนวหนัง : แฟนตาซี
สถานที่เที่ยว : ผจญภัย ธรรามชาติ สบายๆ สนุก
อาหารโปรด : กินได้ทุกอย่าง
ศิลปินคนโปรด : จิ๋ว The Star
นักแสดงที่ชื่นชอบ : บี้ The Star


      No. 6     โตโน่ the star6
ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ Phakhin Khamwilaisak
วันเกิด : 29 สิงหาคม 2529
ภูมิลำเนา : ขอนแก่น
ส่วนสูง/ น้ำหนัก : 177 Cm / 61 Kg
การ ศึกษา : จบการศึกษาปริญญาตรี ธุรกิจการบิน ม.สวนดุสิต
อุปนิสัย : ใจเย็น อารมณ์ดี จริงจังในการทำงาน
คติประจำใจ :ทำทุกอย่างเพื่อคนที่เรารัก และประเทศที่เราอยู่
แนวเพลง : Rock
แนวหนัง : Action ,Drama
สถานที่เที่ยว : ธรรมชาติ ในประเทศไทย
อาหารโปรด : ข้าวไข่เจียว
ศิลปินคนโปรด : หนุ่ย อำพล ลำพูน
นักแสดงที่ชื่นชอบ : อนันดา

      No. 7     เกรซ the star6
นวกชมณ ชื่นครองธรรม Navakotchamon Chunkrong
วันเกิด : 29 มีนาคม 2536
ภูมิลำเนา : นนทบุรี
ส่วนสูง/ น้ำหนัก : 172 Cm / 47 Kg
การ ศึกษา : ปวช. ปี3 ร.ร. เตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
อุปนิสัย :สดใส คุยเก่ง ขี้เล่น แต่ตั้งใจ
คติประจำใจ :ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
แนวเพลง : ฟังทุกแนว แต่ชอบร้อง POP/POP Rock
แนวหนัง : Fantacy,Sci-fi,Drama
สถานที่เที่ยว : ป่าเขา ทะเล ธรรมชาติ
อาหารโปรด : ทุกอย่างที่ไม่เผ็ด
ศิลปินคนโปรด : คริสติน่า อากีล่า,แคทลียา อิงลิช,พันซ์ วรกาญจน์ ปาล์มมี่
นักแสดงที่ชื่นชอบ : พิงกี้ สาวิกา ชมพู่ อารายา แอนทองประสม

      No. 8     ริท the star6
เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช Rueangrit Sisiphanit
วันเกิด : 20 มิถุนายน 2533
ภูมิลำเนา : ร้อยเอ็ด
ส่วนสูง/ น้ำหนัก : 170 Cm / 55 Kg
การ ศึกษา : ชั้นปีที่ 1 คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
อุปนิสัย :ร่าเริง สดใส สนุกสนาน เฮฮา ขำขัน
คติประจำใจ :ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
แนวเพลง : POP สนุกสนาน
แนวหนัง : Fantacy
สถานที่เที่ยว : ทะเล สวนสนุก
อาหารโปรด : ข้าวผัดไม่ใส่ผัก ข้ามมันไก่ ข้าวหมูทอด
ศิลปินคนโปรด : บี้ The Star
นักแสดงที่ชื่นชอบ : บี้ The Star

ประวัติ เวียร์





ประวัติ

          ชื่อจริง : ศุกลวัฒน์ คณารศ  

          ชื่อเล่น : เวียร์ 

          วันเกิด : 18 เมษายน 2528  

          ส่วนสูง : 184 เซ็นติเมตร  

          น้ำหนัก : 75 กิโลกรัม  

          ศาสนา : พุทธ 

          การศึกษา : คณะวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยขอนแก่น  

          งานอดิเรก : เล่นบาสเก็ตบอล  

          ความสามารถพิเศษ : ร้องเพลงไทยสากลและลูกทุ่ง  

          ละครเรื่องแรก : พลิกดินสู่ดาว 

          ผลงานละคร : ละครล่าสุด ดั่งดวงหฤทัย (อุษามณี / วงศกร) ละครอื่นๆ เพลงรักริมฝั่งโขง (คู่ อเล็กซานดร้า), ภารกิจพิชิตดอกฟ้า, สายน้ำสามชีวิต 







1.ประสูติ

- พระพุทธเจ้ามีพระนามเดิมว่า "สิทธัตถะ" เป็พระราชโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์ผู้ครองกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศเนปาล พระราชมารดาทรงพระนามว่า "พระนางสิริมหามายา" ซึ่งเป็นพระราชธิดาของกษัตริย์ราชสกุลโกลิยวงศ์แห่งกรุงเทวทหะ แคว้นโกลิยะ
- เจ้าชายสิทธัตถะประสูติเมื่อ 80 ปีก่อนพุทธศักราช ที่สวนลุมพินีวัน ณ ใต้ต้นสาละนั้น ซึ่งอยู่ระหว่างพรมแดนกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวทหะ(ปัจจุบันคือ ต.รุมมินเด ประเทศเนปาล) ได้มีพราหมณ์ทั้ง 8 ได้ทำนายว่า เจ้าชายสิทธัตถะมีลักษณะเป็นมหาบุรุษ คือ ถ้าดำรงตนในฆราวาสจะได้เป็นจักรพรรดิ ถ้าออกบวชจะได้เป็นศาสดาเอกของโลก แต่โกณฑัญญะพราหมณ์ผู้อายุน้อยที่สุดในจำนวนนั้น ยืนยันหนักแน่นว่า พระราชกุมารสิทธัตถะจะเสด็จออกบวชและจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน
- ทันทีที่ประสูติ ทรงดำเนินด้วยพระบาท 7 ก้าว มีดอกบัวผุดรองรับ ทรงเปล่งพระวาจาว่า "เราเป็นเลิศที่สุดในโลก ประเสริฐที่สุดในโลก การเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของเรา"



2.วัยเด็ก
- หลังประสูติได้ 7 วัน พระนางสิริมหามายาสิ้นพระชนม์ จึงทรงอยู่ในความดูแลของพระนางปชาบดีโคตมี ซึ่งเป็นพระกนิษฐาของพระนางสิริมหามายา
- ศึกษาเล่าเรียนจนจบระดับสูงของการศึกษาทางโลกในสมัยนั้น ค์อ ศิลปศาสตร์ถึง 18 ศาสตร์ ในสำนักครูวิศวามิตร
- พระบิดาไม่ประสงค์จะให้เจ้าชายสิทธัตถะเป็นศาสดาเอก จึงพยายามให้สิทธัตถะพบแต่ความสุขทางโลก เช่น สร้างปราสาท 3 ฤดู และเมื่ออายุ 16 ปี ได้ให้เจ้าชายสิทธัตถะอภิเษกกับนางพิมพาหรือยโสธรา ผู้เป็นพระธิดาของพระเจ้ากรุงเทวทหะซึ่งเป็นพระญาติฝ่ายพระมารดา
- เมื่อมีพระชนมายุ 29 ปี พระนางพิมพาก็ให้ประสูติ ราหุล (บ่วง)

3.เสด็จออกผนวช

- เมื่อทอดพระเนตรเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณตามลำดับ จึงทรงคิดว่าชีวิตของทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ จึงเกิดแนวความคิดว่า
-ธรรมดาในโลกนี้มีของคู่กันอยู่ เช่น มีร้อนก็ต้องมีเย็น , มีทุกข์คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็ต้องมีที่สุดทุกข์ คือ ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย
-ทรงเห็นความสุขทางโลกเป็นเพียงมายา ความสุขในกามคุณเป็นความสุขจอมปลอม เป็นเพียงภาพมายาที่ ชวนให้หลงว่าเป็นความสุขเท่านั้น ในความจริงแล้วไม่มีความสุข ไม่มีความเพลิดเพลินใดที่ไม่มีความทุกข์เจือปน
-วิถีทางที่จะพ้นจากความทุกข์ของชีวิตเช่นนี้ได้ หนทางหลุดพ้นจากวัฏสงสาร จะต้องสละเพศผู้ครองเรือนเป็นสมณะ

- สิ่งที่ทรงพบเห็นเรียกว่า "เทวทูต(ทูตสวรรค์)" จึงตัดสินพระทัยทรงออกผนวช ในวันที่พระราหุลประสูติเล็กน้อย พระองค์ทรงม้ากัณฐกะออกผนวช มีนายฉันทะตามเสด็จ โดยมุ่งตรงไปที่แม่น้ำอโนมานที ทรงตัดพระเกศา และเปลี่ยนเครื่องทรงเป็นผ้ากาสาวพักตร์ (ผ้าย้อมด้วยรสฝาดแห่งต้นไม้) ทรงเปลื้องเครื่องทรงมอบให้นายฉันนะนำกลับพระนคร การออกบวชครั้งนี้เรียกว่า การเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ (การเสด็จออกเพื่อคุณอันยิ่งใหญ่)
- หลังจากทรงผนวชแล้ว จึงทรงมุ่งไปที่แม่น้ำคยา แคว้นมคธ เพื่อค้นคว้าทดลองในสำนักอาฬารดาบส กาลามโครตร และอุทกดาบส รามบุตร เมื่อเรียนจบทั้งสองสำนัก (บรรลุฌาณชั้นที่แปด) ก็ทรงเห็นว่าไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ตามที่มุ่งหวังไว้


- จากนั้นจึงเสด็จไปที่แม่น้ำเนรัญชรา ในตำบลอุรุเวลาเสนานิคม (ปัจจุบันนี้สถานที่นี้เรียกว่า ดงคศิริ) เมื่อบำเพ็ญทุกรกิริยา โดยขบฟันด้วยฟัน กลั้นหายใจและอดอาหาร หลังจากทดลองมา 6 ปี ก็ยังไม่พบทางพ้นทุกข์ จึงทรงเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา หันมาบำรุงพระวรกายโดยปกติตามพระราชดำริว่า "เหมือนสายพิณควรจะขึงพอดีจึงจะได้เสียงที่ไพเราะ" ซึ่งพระอินทร์ได้เสด็จลงมาดีดพิณถวาย พิณสายหนึ่งขึงไว้ตึงเกินไป พอถูกดีดก็ขาดผึงออกจากกัน จึงพิจารณาเห็นทางสายกลางว่า เป็นหนทางที่จะนำไปสู่พระโพธิญาณได้
- ระหว่างที่ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ปัญจวัคคีย์ (โกญฑัญญะ วัปปะ ภัททิยา มหานามะ อัสสชิ) มาคอยปรนนิบัติพระองค์โดยหวังว่าจะทรงบรรลุธรรมวิเศษ เมื่อพระองค์เลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา ปัญจวัคคีย์จึงหมดศรัทธา พากันไปอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี (ต.สารนาถ)

4.ตรัสรู้(15 ค่ำเดือน 6)

- ขณะมีพระชนมายุได้ 35 พรรษา ในวันที่พระองค์ตรัสรู้ นางสุชาดาได้ถวายข้าวมธุปายาส(หุงด้วยนม) ใต้ต้นไทร เมื่อเสวยเสร็จแล้วทรงลอยถาดทองในแม่น้ำเนรัญชรา ทรงอธิษฐานเสี่ยงพระบารมีว่า ...
“ถ้าอาตมาจะได้ตรัสแก่พระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณแล้ว ขอให้ถาดนี้จงลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป ” ถาดทองนั้นลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป ๑ เส้น แล้วก็จมลงตรงนาคภพพิมานแห่งพญากาฬนาคราช พระองค์ทรงโสมนัสและแน่พระทัยว่าจะได้ตรัสรู้ เป็นพระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้า โดยหาความสงสัยมิได้
- ในเวลาเย็นโสตถิยะให้ถวายหญ้าคา 8 กำมือ ปูลาดเป็นอาสนะ ณ โคนใต้ต้นโพธิ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา (ปัจจุบันคือ ต.พุทธคยา ประเทศอินเดีย)
- ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ว่าจะบรรลุโพธิญาณ ประทับหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก
- ทรงบรรลุรูปฌาณทั้ง 4 ชั้น แล้วใช้สติปัญญาพิจารณาจนเกิดความรู้แจ้ง คือ
1.) เวลาปฐมยาม ทรงได้ปุพเพนิวาสานุสติญาณ คือ ความรู้เป็นเหตุให้ระลึกชาติได้
2.) เวลามัชฌิมยาม ทรงได้จุตูปปาตญาณ(ทิพยจักษุญาณ)คือรู้เรื่องเกิด-ตายของสัตว์ทั้งหลายว่า เป็นไปตามกรรมที่ตนกระทำไว้
3.) เวลาปัจฉิมยาม ทรงได้ อาสวักขยญาณ คือ ความรู้ที่ทำให้สิ้นอาสวะหรือกิเลส หมายถึง ตรัสรู้อริยสัจ4
- อาสวักขยญาณ ที่ทรงได้ทำให้ทรงพิจารณาถึงขันธ์ 5 และใช่แห่งความเป็นเหตุที่ เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท อันเป็นต้นทางให้เขาถึงอริยสัจ 4
- เมื่อพระองค์ทรงรู้เห็นแล้ว จึงละอุปาทานและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า





5.ปฐมเทศนา

- หลังจากที่ตรัสรู้แล้ว ได้พิจารณาธรรมที่พระองค์ตรัสรู้เป็นเวลา 7 สัปดาห์ ทรงเห็นว่าพระธรรมที่พระองค์ทรงบรรลุนั้นมีความละเอียดอ่อน สุขุมคัมภีรภาพ ยากต่อบุคคลจะรู้ เข้าใจและปฏิบัติได้ ทรงเกิดความท้อพระทัยว่าจะไม่แสดงธรรมโปรดมหาชน ต่อมาท่านได้ทรงพิจารณาอย่างลึกซึ้ง แล้วทรงเห็นว่าบุคคลในโลกนี้มีหลายจำพวก บางพวกสอนได้ บางพวกสอนไม่ได้ เปรียบเสมือนบัว ๔ เหล่า ดังนั้นแล้วจึงดำริที่จะแสดงธรรมเพื่อมวลมนุษยชาติต่อไป
บัว ๔ เหล่า ได้แก่
๑.พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)

๓.พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

- จึงทรงมีพระกรุณาธิคุณ ระลึกอาฬารดาบสและอุททกดาบสว่า มีกิเลสเบาบางสามารถตรัสรู้ได้ทันที แต่ท่านทั้ง 2 ได้ตายแล้ว จึงทรงระลึกถึงปัญจวัคคีย์ (ประกอบด้วย พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานาม และพระอัสสชิ) จึงเสด็จไปที่ป่าอิสปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี ปัจจุบันคือสารนาถ เมืองพาราณสี ในวันขึ้น 15 เดือน 8 จึงทรงปฐมเทศนา " ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (แปลว่าสูตรของการหมุนวงล้อแห่งพระธรรมให้เป็นไป)"
ซึ่งใจความ 3 ตอน คือ
1.) ทรงชี้ทางผิดอันได้แก่กามสุขัลลิกานุโยค(การประกอบตนให้ชุ่มอยู่ด้วยกาม) และอัตตกิลมถานุโยค(การทรมานตนให้ลำบาก) ว่าเป็นส่วนสุดที่บรรพชิตไม่ควรดำเนิน แต่เดินทางสายกลางที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา คือ มรรคมีองค์แปด เป็นไปเพื่อพระนิพพาน
2.) ทรงแสดงอริยสัจ 4 โดยละเอียด
3.) ทรงปฏิญญาว่าทรงตรัสรู้พระองค์เอง และได้บรรลุธรรมวิเศษแล้ว
- โกญฑัญญะเป็นผู้ได้ธรรมจักษุก่อน เกิดความเข้าใจแจ่มแจ้งตามสภาพเป็นจริงว่า

"ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ "
สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีเกิดขึ้นเป็นธรรม สิ่งนั้นทั้งหมดมีดับเป็นธรรมดา
จึงได้อุปสมบทเป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทาองค์แรก
- หลังจากปัญจวัคคีย์อุปสมบทแล้ว พุทธองค์จึงทรงเทศน์ อนัตตลักขณสูตร ปัญจวัคคีย์จึงสำเร็จเป็นอรหันต์




6.ลักษณะการแสดงธรรม
- สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานทางธรรมมาก่อนจะทรงเทศน์ "อนุปุพพิกถา" ซึ่งว่าด้วยเรื่อง
- คุณของการให้ทาน การรักษาศีล
- สวรรค์ (การแสวงสุขเนื่องจากการให้ทาน การให้ศีล)
- โทษของกามและการปลีกตัวออกจากกาม
- จากนั้นจึงทรงเทศน์ อริยสัจ 4


7.แสดงธรรมโปรดยสกุลบุตร
- ยสกุลบุตรเบื่อหน่ายชีวิตครองเรือนหนีออกจากบ้าน ไปยังป่าอิสปตนมฤคทายวันในเวลาเช้ามืด แล้วพบพระพุทธเจ้าบังเอิญ ยสกุลบุตรสดับพระธรรมเทศนาได้ดวงตาเห็นธรรม ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันต์ และขอบวช
- อุบาสิกอุบาสิกาคู่แรก คือ บิดามารดาของพระยสะ
- ครั้นแล้วมีเพื่อนของพระยสะ 4 คนกับอีก 50 คน ได้มาฟังพระธรรมเทศนา สำเร็จเป็นพระอรหันต์ จึงมีพระอรหันต์ในโลก 61 องค์



8.การส่งสาวกออกประกาศศาสนา
- ตรัสเรียกสาวกออกประกาศศาสนา เมื่อมีสาวกครบ 60 รูป (ปัญจวัคคีย์และพวกพระยสะ)
- ตรัสให้พระสาวก 60 รูปแยกย้ายกันประกาศศาสนา 60 แห่งไม่ซ้ำทางกัน
- พระองค์จะเสด็จไปแสดงธรรม ณ ตำบลอุรุเวลา เสนานิคม
- เมื่อสาวกออกประกาศเทศนา มีผู้ต้องการบวชมาก และหนทางไกลกัน จึงทรงอนุญาตให้สาวกดำเนินการบวชได้ โดยใช้วิธีการ "ติสรณคมนูปสัมปทา" (ปฏิญาณตนเป็นผู้ถึงพระรัตนตรัย)



9.การประดิษฐ์พุทธศาสนา ณ แคว้นมคธ
- วิธีเผยแพ่รศาสนาในกรุงราชคฤห์ ทรงเทศน์โปรดชฎิล(นักบวชเกล้าผม)สามพี่น้อง ได้แก่ พระอุรุเวลกัสสปะ พระนทีกัสสปะ พระคยากัสสปะ และบริวาร รวม 1,000 คนก่อน แล้วได้ขอบวชในพระพุทธศาสนา เพราะพวกชฎิลเป็นเจ้าลัทธิบูชาไฟที่ยิ่งใหญ่ หากชฎิลยอมรับพุทธธรรมได้ ประชาชนก็ย่อมเกิดความศรัทธา
- พระอุรุเวลกัสสปะได้ยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางมีบริษัท(บริวาร)มาก
- พระเจ้าพิมพิสารทรงถวายวัดนับว่าเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา คือ พระเวฬุวันมหาวิหาร (วัดเวฬุวัน)



10.อุปติสสะ(พระสารีบุตร)และโกลิตะ(พระโมคคัลลานะ)
- ณ กรุงราชคฤห์นี้เอง เด็กหนุ่มสองคน ซึ่งเป็นศิษย์ของนักปรัชญาเมธี ผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งชื่อ สัญชัย เวลัฏฐบุตร โดยพระอัสสชิได้แสดงธรรมให้อุปติสสะว่า

"ทุกสิ่งจากเหตุ พระศาสดาทรงแสดงเหตุของสิ่งเหล่านั้น และการดับเหตุของสิ่งเหล่านั้น"
อุปติสสะได้ฟังก็เกิด "ดวงตาเห็นธรรม" จึงกราบลาท่าน แล้วรีบไปบอกข้อความที่ตนได้ฟังมาแก่โกลิตะทราบ โกลิตะได้ฟังก็เกิด"ดวงตาเห็นธรรม" เด็กหนุ่มสองคนจึงมาขอบวชเป็นสาวกพร้อมกัน และมีชื่อเรียกทางพระศาสนาว่า พระสารีบุตร และ พระโมคคัลลานะ ตามลำดับ

- หลังจากบวชได้ 7 วัน พระโมคคัลลานะได้ไปบำเพ็ญสมาธิอยู่ที่ กัลลวาลมุตตคาม ใกล้เมืองมคธ รู้สึกง่วงเหงาหาวนอน แก้อย่างไรก็ไม่หาย จนพระพุทธเจ้าเสด็จไปตรัสบอกวิธีเอาชนะความง่วงให้ พร้อมประทานโอวาทว่าด้วยความไม่ยึดมั่นถือมั่น ให้ใช้ปัญญาพิจารณาเวทนา (ความรู้สึก) ทั้งหลายว่า เป็นอนิจจังไม่เที่ยงแท้แน่นอน จบพุทธโอวาท พระโมคคัลลานะก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
- หลังจากบวชได้ 15 วัน พระสารีบุตรได้ถวายงานพัดพระพุทธเจ้า ขณะพระองค์ทรงแสดงธรรมโปรดทีฆนขะปริพาชก (นักบวชไว้เล็บยาว) อยู่ที่ถ้ำสุกรขาตา เชิงเขาคิชฌกูฏ ท่านพัดวีพระพุทธองค์พลางคิดตามพระโอวาทของพระพุทธเจ้าไปด้วย เมื่อจบพระธรรมเทศนาก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
- ทั้งสองท่านได้รับแต่งตั้งจากพระพุทธเจ้าให้เป็นพระอัครสาวก โดยพระสารีบุตรเป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา มีความเป็นเลิศกว่าผู้อื่นทางปัญญา และพระโมคคัลลานะเป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้าย มีความเป็นเลิศกว่าผู้อื่นทางฤทธิ์มาก

11.โอวาทปาติโมกข์

- วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 (มาฆบูชา) เกิดมีจตุรงคสันนิบาต ซึ่งประกอบด้วย

1.)วันนั้น เป็นวันมาฆปูรณมี คือวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำกลางเดือนมาฆะ จึงเรียกว่า มาฆบูชา
2.)พระภิกษุ ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
3.)พระภิกษุทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ ประเภทฉฬภิญญา คือ ได้อภิญญา ๖ ซึ่งหมายถึงความสามารถ พิเศษ ๖ ประการ ได้แก่ แสดงฤทธิ์ได้ ระลึกชาติได้ ตาทิพย์ หูทิพย์ กำหนดรู้ใจคนอื่นได้ และบรรลุอาสวักขยญาณ
(คือญาณหยั่งรู้ในธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย)
4.)พระภิกษุ เหล่านั้น ทั้งหมด ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง (เอหิภิกฺขุอุปสมฺปทา)
ทรงเทศน์ "โอวาทปาติโมกข์" ซึ่งถือเป็นหัวใจของศาสนาพุทธ ใจความว่า

" จงทำดี ละเว้นความชั่ว และทำใจให้บริสุทธิ์ "
- พระสงฆ์ปรารถว่าไม่เคยเห็นฝนเช่นนี้มาก่อน พระพุทธจึงทรงเล่าว่า ฝนนี้เคยตกมาแล้วเมื่อเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร แล้วจึงทรงเล่าเรื่องมหาเวสสันดร


12.โปรดพระพุทธบิดาและพระประยูรญาติ ณ กรุงกบิลพัสดุ์
- ทรงแสดงธรรมโปรดพระพุทธบิดา (พระเจ้าสุทโธทนะ) ได้บรรลุโสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล จนบรรลุอรหันตผลเมื่อใกล้สวรรคต
- พระนันทะ (เป็นโอรสของพระสุทโธทนะกับพระนางปชาบดีโคตมี) ซึ่งเป็นพระอนุชาของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้านำ ออกผนวชอุปสมบท
- ต่อมาพระนางยโสธราก็ให้พระกุมารราหุลซึ่งมีอายุ 7 ปีไปทูลขอราชสมบัติ พระพุทธเจ้าเห็นว่าราชสมบัติเป็นสิ่งไม่จีรังยั่งยืน อริยทรัพย์(ทรัพย์อันประเสริฐ)ต่างหากเป็นสิ่งยั่งยืน จึงทรงให้พระสารีบุตรทำการบรรพชาให้ราหุลเป็นสามเณร จึงเป็นสามเณรรูปแรกในพระพุทธศาสนา ณ นิโครธาราม พระเจ้าสุทโธทนะจึงขอร้องว่า "ขออย่าให้ทรงบวชใคร โดยที่พ่อแม่เขายังไม่ได้อนุญาต"
เมื่ออายุครบ 20 ปี ได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ จากนั้นก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์และได้ยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางใคร่ต่อการศึกษา

- ทรงให้อุปสมบทแก่เจ้าศากยะ 5 พระองค์ คือ พระอานนท์ พระอนุรุทธ์(เป็นผู้มีเลิศในทางมีทิพยจักษุ) พระภัททิยะสักยราชา พระภัคคุ พระกิมพิละ และเจ้าโกลิยะ 1 พระองค์ คือพระเทวทัต จนได้บรรลุอรหัตผล 5 ท่าน ยกเว้นพระเทวทัต
- พระอุบาลีเป็นบุตรของช่างกัลบก(ช่างตัดผม)อยู่ในวรรณะต่ำ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพนักงานภูษามาลาของเจ้าศากยะ ทำหน้าที่จัดการดูแลเครื่องแต่งกาย เมื่อเจ้าศากยะ 5 พระองค์ และเจ้าโกลิยะ 1 พระองค์ทรงออกผนวช อุบาลีได้ติดตามไปขออุปสมบทด้วย พระอุบาลีเมื่อได้อุปสมบทแล้วไม่ช้าก็บรรลุอรหัตผล และได้ยกย่องว่าเป็นผู้เลิศทาง ด้านผู้ทรงไว้ซึ่งพระวินัย
- พระนางปชาบดีโคตมี(พระน้าของพระพุทธเจ้า) ได้ผนวชเป็นภิกษุณีรูปแรกในพระพุทธศาสนา โดยพระอานนท์ช่วยกราบทูลขออนุญาตพระพุทธเจ้าสุดท้ายได้บรรลุพระอรหันต์ และได้ยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางรู้ราตรี
- โปรดให้พระนางยโสธราได้อุปสมบทเป็นภิกษุณีชื่อพระนางภัททา กัจจานา จนบรรลุอรหัตผล และได้ยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางบรรลุอภิญญาใหญ่ (สามารถระลึกเหตุการณ์ในกัปป์ต่างๆย้อนหลังไปได้มากนับไม่ถ้วน)



13.การประดิษฐ์พุทธศาสนา ณ แคว้นโกศล
เมื่อประดิษฐานพระศาสนาในแคว้นมคธได้อย่างมั่นคงแล้ว ต่อมาไม่นานพระพุทธศาสนาก็มีศูนย์กลางแห่งใหม่ที่ เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล โดยอนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้สร้าง"วัดพระเชตวัน"ขึ้น แล้วกราบทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ไปอยู่ประจำ และนางวิสาขามหาอุบาสิกาเศรษฐีนีคนหนึ่ง ก็มีจิตศรัทธาสร้าง วัดบุพพาราม ถวายด้วย



14.ปัจฉิมกาล


- ก่อนปรินิพพาน 3 เดือน ทรงปลงอายุสังขาร
- ก่อนปรินิพพาน 1 วัน นายจุนทะถวายสุกรมัททวะ (หมูอ่อน) เมื่อพระองค์เสวยแล้วประชวรพระอานนท์โกรธ พุทธองค์จึงตรัสว่า

"บิณฑบาตที่มีอานิสงส์ที่สุด มี 2ประการ คือ เมื่อตถาคต (พุทธองค์)
เสวยบิณฑบาตแล้วตรัสรู้ ,ปรินิพพาน"


- ก่อนปรินิพพานทรงกล่าวพุทธโอวาทว่า
1.)การบูชาพุทธองค์อย่างแท้จริง คือ การปฎิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม
2.)พุทธศาสนิกชนที่ต้องการเฝ้าพระองค์ควรไปที่ "สังเวชนียสถาน"
3.)การวางตัวของภิกษุต่อสตรี ต้องคุมสติอย่าแปรปรวนตามราคะตัณหา
4.)พระบรมสารีริกธาตุเป็นเรื่องของกษัตริย์(มัลลกษัตริย์) มิใช่กิจของสงฆ์
5.)ความพลัดพรากเป็นธรรมดาของโลก
6.)ธรรมและวินัย จะเป็นศาสดาแทนพุทธองค์ ทั้งนี้เพราะบุคคลไม่เที่ยงแท้เท่ากับพระธรรมซึ่งเป็นสัจธรรม


- ปัจฉิมสาวก คือ สุภัททะบริพาชก
- ปัจฉิมโอวาท

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราขอบอกเธอทั้งหลาย สังขารทั้งปวงมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา
พวกเธอจึงทำประโยชน์ตนเอง และประโยชน์ของผู้อื่นให้สมบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด"
(อปปมาเทน สมปาเทต)


- ปรินิพพาน ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ใต้ต้นสาละ ณ สาลวโนทยาน ของเหล่ามัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ
พระชนมายุ 80 ปี ทรงเทศนาสั่งสอนมาเป็นเวลา 45 ปี

โปเกม่อน ตอน 5- ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

เพลงคำตอบสุดท้าย

รักไม่ต้องการเวลา

เพลงนี้เพราะมากฟังกี่รอบก็เพราะเหมือนเก่า


วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553

แนวคิดใหม่....เครื่องดื่มสุขภาพ

แนวคิดใหม่ .......เครื่องดื่มสุขภาพ


อินนูลินและโอลิโกฟรุกโตส เป็นสารผสมอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ สามารถประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้ นม นมถั่วเหลือง และเครื่องดื่มเสริมสารอาหารต่างๆ ช่วยให้การพัฒนาสูตรใหม่ๆ ทั้งในเชิงเทคนิคและคุณค่าทางโภชนาการกลายเป็นเรื่องไม่ยุ่งยากและยังมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมานั้นไม่เพียงแต่จะน่ารับประทาน รสชาติถูกปาก แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายซึ่งในบางประเทศสามารถจะกล่าวอ้างประโยชน์เชิงสุขภาพบนฉลาก อันเป็นการสร้างความแตกต่าง และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์อีกด้วย
           เนื่องจากอินนูลินและโอลิโกฟรุกโตส สามารถเลียนแบบไขมันได้ทั้งรสและเนื้อสัมผัส จึงสามารถนำมาใช้เพื่อปรับปรุงรสชาติ ( Mouthfeel ) และปรับปรุงลักษณะความเป็นเนื้อครีมที่ให้ความหอมมัน ( Creaminess ) กับผลิตภัณฑ์นม โดยไม่เพิ่มความข้นหนืดให้กับผลิตภัณฑ์ แต่จะให้ลักษณะของเนื้อครีมและความเนียน ( Smoothness ) กับผลิตภัณฑ์สูตรไขมันต่ำ หากนำไปประยุกต์ใช้กับเครื่องดื่มที่มีการเสริมสารอาหารก็จะให้รสชาติและลักษณะเนื้อของผลิตภัณฑ์ (Body ) ที่ดี นอกจากนั้นยังช่วยปรับปรุงกลิ่นรส และให้คุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งล้วนตอบโจทย์การใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคในยุคนื้
อินนูลินยังมีคุณสมบัติบดบังกลิ่น ( Mask off flavors ) ซึ่งสามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่มีความเข้มสูง ( High intensity sweeteners ) และยังช่วยลดกลิ่นให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผสมวิตามิน และนมถั่วเหลือง ส่วนโอลิโกฟรุกโตสมีคุณสมบัติเด่นในด้านความหวาน โดยมีความหวาน 1/3 เท่าของน้ำตาล และช่วยปรับปรุงคุณสมบัติด้านกลิ่นรสเมื่อใช้ควบคู่กับสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่มีความเข้มสูง และยังให้ความหวานที่ใกล้เคียงกับน้ำตาลอีกด้วย โอลิโกฟรุกโตสยังเป็นที่รู้จักกันว่าสามารถช่วยในการบดบังกลิ่นของลิโคริซ ( Licorice ) ในเครื่องดื่มที่มีการเติมน้ำตาลซูคราโลส
         อินนูลินและโอลิโกฟรุกโตส เป็นฟรุกแทน ( Fructans ) ธรรมชาติ สกัดได้จากรากชิคอรี่ จัดเป็นแหล่งของใยอาหารที่สำคัญ มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ ผู้ผลิตในบางประเทศสามารถเสริมอินนูลินและโอลิโกฟรุกโตสลงในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม และระบุข้อความบนฉลากว่าเป็นแหล่งที่ “ ดี ” “ ( a good ) ” หรือ “ ยอดเยี่ยม ” “(excellent)” ของใยอาหาร โดยยังคงรักษาคุณสมบัติด้านรสชาติและเนื้อสัมผัสเอาไว้ คุณสมบัติพรีไบโอติกของอินนูลินและโอลิโกฟรุกโตส ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังช่วยในการควบคุมน้ำหนักเนื่องจากช่วยทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มอีกด้วย

อินนูลินและโอลิโกฟรุกโตส สามารถใช้ทดแทนไขมัน และ/หรือน้ำตาลได้เป็นอย่างดี เหมาะกับการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแคลอรี่ต่ำ เนื่องจากให้พลังงาน 2 กิโลแคลอรี่/กรัม ในขณะที่น้ำตาลให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่/กรัม และไขมันให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี่/กรัม ทั้งยังให้รสชาติเป็นที่น่าพอใจ สามารถเสริมลงไปโดยไม่เกิดผลกระทบต่อคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
       เปิดตัวผลิตภัณฑ์จริงในตลาด
ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่เสริมอินนูลินและโอลิโกฟรุกโตส และจำหน่ายจริงในท้องตลาดมีอยู่หลายผลิตภัณฑ์ด้วยกัน ได้แก่

Hero Zuivel Fruitontbijt Tropical จากเนเธอร์แลนด์ ซึ่งกล่าวอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ ( Healthy start )

Fit Fruit Juice with Fiber น้ำผลไม้เสริมใยอาหาร จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องดื่มลดปริมาณแคลอรี่

Disfruta Don Simon และ MasVital จากสเปน ซึ่งกล่าวอ้างว่ามีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติก

Stonyfield Farm หนึ่งในผู้นำด้านผลิตภัณฑ์นมในสหรัฐอเมริกา ได้พัฒนาซินไบโอติก ( Synbiotic ) ซึ่งมีคุณสมบัติร่วมกันของโพรไบโอติกและพรีไบโอติก ( Probiotic and Prebiotic ) ช่วยเสริมการดูดซึมแคลเซียม และสามารถกล่าวอ้างได้บนฉลากผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองและน้ำลูกพรุนในตลาดอเมริกา ซึ่งใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติพรีไบโอติกของอินนูลิน เพื่อเสริมประสิทธิภาพของระบบทางเดินอาหารอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ ได้แก่

สหราชอาณาจักร : น้ำดื่มหลากรสชาติ แบรนด์ “Works with Water” รวมถึง “Little Squirts” สำหรับเด็ก ”Delicate Balance” สำหรับเพศหญิง และ “Eau Man” “Water of Life” “Eau so Cool” และ “Aqua Family” ซึ่งเป็นสูตรที่พัฒนาขึ้น และมีผลการวิจัยเชิงคลินิกแล้วว่าสามารถช่วยเสริมการดูดซึมแคลเซียมได้ถึง 20 %

มาเลเซีย : “SmartBean Juice Smoothie” วางจำหน่ายเมื่อปลายปี พ.ศ.2549 โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ใช่เพียงแค่วัยเด็กเท่านั้น โดยเน้นประโยชน์ด้านพรีไบโอติก

สิงคโปร์ : “Vitagen” เครื่องดื่มนมโพรไบโอติก วางจำหน่าย ในปี พ.ศ.2547 กับสูตรใหม่ลดน้ำตาล ซึ่งสามารถกล่าวอ้างว่ามีใยอาหารพรีไบโอติก

คุณสมบัติพรีไบโอติก
      อินนูลินเป็นสารผสมอาหารพรีไบโอติก จัดเป็นใยอาหารที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ โดยเกิดการหมักที่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายทำให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ เช่น Bifidus ซึ่งอาศัยอยู่ในส่วนลำไส้ใหญ่เจริญเติบโตและมีปริมาณเพิ่มขึ้น ส่วนแบคทีเรียที่ไม่ดีหรือแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคก็จะลดปริมาณลง ช่วยให้เกิดสมดุลของแบคทีเรียที่เหมาะสมในระบบทางเดินอาหาร และสร้างคุณสมบัติเชิงชีววิทยาในร่างกาย เช่น การผลิตวิตามินในเซลล์ภายในลำไส้ การดูดซึมแคลเซียมและแมกนีเซียม การเพิ่มความหนาแน่นของแร่ธาตุมวลกระดูก ( Bone mineral density ) การสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อภายในลำไส้ ประโยชน์เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นระบบต่อต้านเชื้อโรคที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายคนเรา ดังนั้นสารผสมอาหารอินนูลินและโอลิโกฟรุกโตส จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาระบบต่อต้านเชื้อโรคตามธรรมชาติของร่างกาย

เบื้องหลังพรีไบโอติก
         ผลงานวิจัยในมนุษย์หลายชิ้นได้ศึกษาและพบประโยชน์เชิงสุขภาพของสารผสมอาหารพรีไบโอติกเมื่อมีการเสริมลงในอาหาร และช่วยให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสมดุล ดังเช่น             
          SYNCAN คณะผู้วิจัยซึ่งได้งบสนับสนุนจากสหภาพยุโรป พบว่าอินนูลินและโอลิโกฟรุกโตส สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้เมื่อมีการใช้ร่วมกับโพรไบโอติก ( Synbiotic effect )
CROWNALIFE หนึ่งในทีมวิจัยชั้นแนวหน้า ซึ่งได้รับงบสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ได้ทำการศึกษาเมื่อเร็วๆนี้ พบว่าการเสริมอินนูลินและโอลิโกฟรุกโตส มีประโยชน์ต่อผู้บริโภควัยสูงอายุ โดยคุณสมบัติของซินไบโอติกจะไปเสริมประสิทธิภาพของระบบทางเดินอาหาร ปรับปรุงการทำงานและรักษาสมดุลของลำไส้ โดยช่วยรักษาจุลินทรีย์ ( Microflora ) ที่มีประโยชน์และจำเป็นต่อระบบทางเดินอาหาร Prof. Butel ได้ทำการศึกษาในศูนย์รับเลี้ยงเด็กอ่อนแห่งหนึ่งในกรุงปารีส พบว่าการบริโภคโอลิโกฟรุกโตสในปริมาณ 2 กรัม/วัน สามารถช่วยลดโรคทั่วไปที่มักพบในเด็กเล็ก เช่น โรคท้องร่วง อาการอาเจียน และไข้หวัด Prof. Abrams จากวิทยาลัยการแพทย์เบย์เลอร์ ( the Baylor College of Medicine ) และโรงพยาบาลเด็กเท็กซัส ( the Texas Children's Hospital ) ในเมืองฮูสตันทำการศึกษาเสริมอินนูลินที่อุดมไปด้วยโอลิโกฟรุกโตสลงในน้ำส้มและนม ตลอดระยะเวลาการศึกษา 1 ปี พบว่า พรีไบโอติกช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาระดับสมดุลของแคลเซียมในกระดูก มีผลช่วยให้ปริมาณแร่ธาตุมวลกระดูก ( Bone mineral content ) เพิ่มขึ้น 15 % และความหนาแน่นของแร่ธาตุมวลกระดูกเพิ่มขึ้น 45 % ผลการศึกษานี้จึงสามารถสนับสนุนการกล่าวอ้างในเรื่องประโยชน์ต่อสุขภาพกระดูก ( Bone health ) ได้ว่าการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีใยอาหารพรีไบโอติกชนิดอินนูลิน ที่อุดมไปด้วยโอลิโกฟรุกโตสเป็นองค์ประกอบ สามารถช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมและความหนาแน่นของแร่ธาตุมวลกระดูก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันโรคกระดูกเปราะเมื่อก้าวเข้าสู่วัยชรา

       ผู้ผลิตเครื่องดื่มทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เช่น เครื่องดื่มที่เสริมสารอาหาร ( Nutritionally enhanced beverages ) นับเป็นความท้าทายของนักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะต้องปรับปรุงคุณค่าทางโภชนาการ โดยยังคงต้องรักษาความอร่อยทั้งในด้านรสชาติหรือเนื้อสัมผัสเอาไว้ สารผสมอาหารพรีไบโอติก ซึ่งมีประโยชน์ในด้านเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบทางเดินอาหาร เสริมความแข็งแรงของกระดูก และเสริมกลไกการต่อต้านเชื้อโรคของร่างกายตามธรรมชาติ จึงเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของการพัฒนาสูตรอาหารเพื่อสร้างความแตกต่างและสีสันให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มได้น่าสนใจไม่น้อย


ที่มา : Food Focus Thailand . August 2007. หน้าที่ 26-28.

10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพ

            ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่น ห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ของการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพอย่างเต็มที่มาฝาก


1. กินอาหารเช้า เป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวัน และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณกินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง

2. เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย และมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี

3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว

4. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับกระดูก ด้วยการดื่มนม กินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว เพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

5. บอกลาขนมและของกินจุบจิบ ตัดของโปรดประเภทโดนัท คุกกี้ เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทน วิตามิน และกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ

6. สร้างความคุ้นเคยกับการกินธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องที่เคยคิดว่าเป็นอาหารนก ได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

7. จัดน้ำชาให้ตัวเอง ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาอู่ล่ง หรือเอิร์ลเกรย์ ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ การดื่มชาวันละ 1 ถึง 3 แก้ว ช่วยลดอัตราเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 30%

8. กินให้ครบทุกสิ่งที่ธรรมชาติมี คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรี สีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกัน มีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินให้กับคุณด้วย

9. เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักปลา การกินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน ที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมอง ทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด

10. กินถั่วให้เป็นนิสัย ทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องกินทุกวัน วันละสัก 2 ช้อน ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่างก็ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ต่างพากันไปชุมนุมอยู่ในถั่วเหล่านี้ ควรกินถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรกินครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูง อาจทำให้อ้วนได้

ถ้าปฏิบัติให้ได้ครบทุกข้อตามคำแนะนำข้างต้นนี้จนเป็นนิสัย สุขภาพดีๆ จะไปไหนเสีย !!


ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2551 11:11 น. http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9510000079603

วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ความรัก

         ความรัก
แม้จะเคยอ่านกันไบ้างแล้ว... แต่ลองอ่านอีกครั้งประไร... อย่างน้อยก็ช่วยเติมเต็มความรักในหัวใจของคุณไงครับ...


ในมุมหนึ่ง...


-หลายครั้งที่ฉันแอบมองหน้าเค้าเวลาที่เค้าเผลอ..เค้าน่ารักมาก แต่ทำไมนะเค้าถึงไม่เคยแม้แต่จะชำเลืองมองฉันเลย


-หลาย ครั้งที่เค้าคุยกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันกลับรู้สึกหึงไปมากมาย..ทั้งที่เราเป็นแค่เพื่อนกัน..แต่เค้ากลับไม่ เคยที่แคร์ความรู้สึกฉันเลย


-หลายครั้งที่ฉันสารภาพอย่างอ้อมๆ กับเค้าว่าฉันแอบหลงรักผู้ชายคนนึงอยู่..เค้าก็รับฟังแล้วหัวเราะ แล้วบอกว่า..ดีแล้วล่ะที่เธอมีความรัก..แต่ใครน๊อจะเป็นผู้ชายที่โชคร้ายคน นั้น


-หลายครั้งที่ฉันแกล้งทำสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น.เพื่อหวัง ให้เค้ามีความรู้สึกว่าหึงบ้าง แต่เค้าก็ไม่เคยจะยินดียินร้ายสักนิด...มิหนำซ้ำยังเข้าไปคุยกับผู้ชายคน นั้นอย่างดีหน้าตาเฉย


- หลายครั้ง..ที่ฉันถามเค้าว่า ถ้าเกิดเธอว่าเธอรู้สึกว่ารักใคร แล้วเค้าไม่เคยรักตอบหรือแม้แต่จะมองมาเลย เธอจะรู้สึกอย่างไร..เค้ากลับตอบว่า เรื่องของผม


- หลายครั้งที่ฉันไม่สบาย ฉันแค่อยากได้ยินคำว่า..ทานยาหรือยัง เป็นห่วงนะ..แต่เค้ากลับแค่มองแล้วก็เดินผ่านไป


- หลายครั้งที่ฉันอยากให้เค้าเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์..แต่เค้าบอกว่า..ไม่ดีหรอก..เดี๋ยวแฟนเห็น


- หลายครั้งที่ฉันโทรไปหาเค้าพยายามคุยแบบเพื่อนเพื่อให้เค้าไม่อึดอัดแต่เค้า กลับพูดมาว่า..ทำไมถึงต้องโทรมาด้วย..อย่าทำให้ผมต้องพูดอะไรที่จะทำให้คุณ รู้สึกไม่ดีออกไปนะ..


-หลายครั้งที่ฉันอยากจะบอกความในใจออกไปให้เค้าได้รับรู้สักที..แต่ทุกๆคำที่ฉันได้รับจากเค้า ..มันเพียงพอแล้ว..


ฉัน ไม่ต้องการที่จะบอกอะไรเลยกับเขา..ฉันไม่เกลียดเค้าหรอก เพราะคนเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกรักหรือเกลียดได้..ห้ามหัวใจกันไม่ได้หรอก....


.แต่ ต่อไปนี้ฉันคงไม่กล้าที่จะมองเธอแล้วล่ะ.ไม่คุย ไม่โทรไปหรือทำให้เธออึดอัดใจใดๆทั้งสิ้น.ลาก่อนนะคนดี...และลาก่อนความรัก ของฉัน......


ต่อท้าย #1 3 ก.พ. 2553, 21:14:19

.............อีกมุมหนึ่ง......


- หลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าคุณแอบมองผมอยู่..คุณรู้มั้ยว่ามันทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคุณ..คุณน่ารักมาก


ผมไม่เคยใจสั่นแบบนี้มาก่อนเลย..สายตาคุณทำไมถึงได้ทำให้ผมเป็นได้ขนาดนี้นะ....


- หลายครั้งที่ผมต้องพยายามคุยกับผู้หญิงคนอื่นๆเพื่อให้ไม่ให้คิดกับคุณมากไปมากกว่านี้.แต่ผมห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้เลย..ทำไมนะ...


- หลายครั้งที่คุณบอกผมว่าคุณแอบหลงรักผู้ชายคนนึงอยู่..คุณรู้ใหมหัวใจผมมันเจ็บปวดแค่ใหน..ทำไมถึงไม่เป็นผมนะ


- หลายครั้งที่ผมเห็นคุณสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น..ผมทรมานมากเลยรู้มั้ย...ผมรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า


..คุณมีแฟนแล้วสินะ..สำหรับ ผม..เพื่อนเท่านั้นที่คุณรู้สึกสินะ..แต่ผมก็ยอมได้..เพื่อคุณ....


-ทุกครั้งที่คุณถามผมว่าถ้าผมไปหลงรักใครโดยที่เค้าไม่เคยมองเลย ผมจะทำยังงัย..ผมตอบคุณไปแล้วนะ..เรื่องของผม..


คุณรู้มั้ยว่านั่นเป็นคำพูดที่ผมตอบกับตัวเอง..นั่นสินะ..เรื่องของผมที่จะรักผู้หญิงคนนี้โดยที่เค้าไม่เคยสนใจผมเลยแม้แต่น้อย.....


-ทุกครั้งที่คุณไม่สบาย.คุณรู้มั้ยว่าถ้าผมเจ็บแทนคุณได้..ผมจะไม่รอช้าเลย..คนดี..


คุณรู้มั้ยว่าผมมองเห็นเค้าคนนั้นเอายามาให้ คุณ..ผมไม่อาจทนดูภาพนั้นได้เลย..อยากเข้าไปชกหน้าเค้า


แต่ก็ทำไม่ได้..ผมถึงได้แค่มองแล้วก็เดินจากไปอย่างเงียบๆ


คุณคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมยืนมองอยู่นานแค่ไหนด้วยห้วใจที่ปวดร้าว ถุงยาในมือผมมันร่วงลงตอนไหนไม่รู้......


-ทุกครั้งที่คุณบอกว่าจะให้ผมไปส่งคุณที่ป้ายรถเมล์..รู้มั้ยผมตื่นเต้นมากๆที่จะได้ไปส่งคุณ..


แต่ผมคงไม่ไปส่งคุณแค่ป้ายรถเมล์ หรอก..ผมอยากส่งคนที่ผมรักให้ถึงบ้านเลย..แต่พอนึกถึงหน้าของผู้ชายคนนั้น


แฟนคุณคนนั้น..ผมไม่อยากให้คุณมีปัญหา..ผมไม่อยากให้แฟนคุณเข้าใจผิด..ผมถึงได้บอกกับคุณว่า ไม่ดีหรอก เดี๋ยวแฟนเห็น...


-หลายครั้งที่คุณโทรหาผม..หัวใจผมมันเต้นตามเสียงของโทรศัพท์


ผมไม่อยากรับโทรศัพท์คุณเลย..ผมไม่อยากให้ใจผมมันรักคุณไปมากกว่านี้อีกแล้ว..มันทรมาน..


และในที่สุดผมก็ไม่อาจทนรอ ให้มันดังอย่างนั้นได้อีกแล้ว..ผมรับและตัดสินใจบอกคุณไปว่า


อย่าทำให้ผมต้องพูดอะไรที่จะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีเลย..


(คุณรู้อะไรมั้ยเพราะผมกล้วว่าผมจะสารภา พความในใจกับคุณที่มันเก็บ ไว้มานานออกไป..


ผมกลัวใจตัวเองเหลือเกิน..ถ้าผมเผลอพูดออกไป..คุณคงรู้สึกไม่ดีคงเกลียดผมและเดินจากผมไป..


....ผมไม่อยากให้คุณจากผมไปไหนทั้งนั้น..ผมรักคุณนะ..)


แต่หลังจากวันนั้น..ทำไมคุณถึงเมินเฉยกับผมนัก..คุณรู้ตัวมั้ยสายตาที่คุณมองผมอย่างเย็นชานั้นน่ะ


..มันทำให้ผมไม่เป็นอันทำ อะไร..เป็นเหมือนเดิมได้มั้ยคนดี..กลับมาเหมือนเดิมกับผมได้มั้ย..


แม้จะได้แค่เป็นเพื่อนกับคุณเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็น แค่นี้ ผมก็สุขใจแล้ว


..... เพราะอะไร..บอกผมสักคำ.......


บางทีสิ่งที่คุณเห็น..หรือสิ่งที่คุณคิด...จริงๆแล้วมันอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย....


คุณรักใครทำดีกับเค้าให้มากๆ เพราะเค้าก็อาจจะพยายามทำดีเพื่อคุณอยู่ก็ได้..โดยที่คุณก็ไม่เคยได้รู้เลย


" ถ้ารัก..จงบอกออกไป..ก่อนจะสาย.."

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

สถานที่ท่องเที่ยว

ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

              อยู่ภายในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ถนนปราจีนอนุสรณ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นตึกที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศรสร้างขึ้นโดยทรัพย์สินส่วนตัว ในปี พ.ศ. 2452 เพื่อถวายเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในคราวเสด็จประพาสมณฑลปราจีน มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นตึกสองชั้นแบบยุโรป สมัยเรอเนสซองส์ มีมุขด้านหน้า ตรงกลางเป็นโดม ผนังด้านนอกเป็นปูนปั้นลายพฤกษาประดับซุ้มประตูและหน้าต่าง ภายในตกแต่งแบบตะวันตก กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว ภายในตึกจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร โดยจะเป็นศูนย์การรวบรวมอนุรักษ์ตำราไทย สมุนไพรไทย การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านของจังหวัดปราจีนบุรี อีกทั้งยังเป็นแหล่งการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพร และการแพทย์ของท้องถิ่น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นโรงพยาบาลนำร่องเรื่องการแพทย์แผนไทย ใช้สมุนไพรบำบัดยารักษาโรค มีการนวด อบ ประคบและฝังเข็ม แปรรูปสมุนไพรไทยเป็นเวชภัณฑ์และเครื่องสำอาง จำหน่ายในราคาย่อมเยา โทร. 0 3721 1088

น้ำตกเขาอีโต้


          ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินหอม น้ำตกเขาอีโต้เป็นธารน้ำที่ไหลผ่านโขดหินน้อยใหญ่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ ความสูงไม่มากนัก สภาพบริเวณโดยรอบเป็นป่าโปร่ง มีน้ำมากเฉพาะในช่วงฤดูฝน

         การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ แต่อยู่เลยไปอีกประมาณ 400 เมตร

น้ำตกธารรัตนา


          ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินหอม ระยะทางประมาณ 100 เมตร จากถนนสายเนินหอม-เขาใหญ่ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองปราจีนบุรีประมาณ 25 กิโลเมตร มีสภาพเป็นแก่งน้ำไหลตามหุบเขาในเทือกเขาใหญ่มีน้ำมากในช่วงฤดูฝน



น้ำตกห้วยเกษียร

                บริเวณตัวน้ำตกเป็นป่าเขา ปากทางแยกเข้าน้ำตกแห่งนี้อยู่ที่หมู่บ้านขอนขวาง ตำบลดงขี้เหล็ก ซึ่งอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 166 หรือห่างจากตัวเมืองปราจีนบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร แยกซ้ายมือเข้าสู่ตัวน้ำตกอีกประมาณ 4 กิโลเมตร

น้ำตกเหวนรก

                 อยู่บนเส้นทางสายปราจีนบุรี-เขาใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก นครราชสีมา และสระบุรี เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวย ความสูงประมาณ 60 เมตร และมีหน้าผาสูงชัน น้ำไหลแรงสู่หุบเหวเบื้องล่างในช่วงฤดูฝน

              การเดินทาง จากตัวเมืองปราจีนบุรีไปตามถนนสุวรรณศรจนถึงสี่แยกเนินหอม (เวียนศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3077 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 24 ซึ่งเป็นทางขึ้นเขาใหญ่ เป็นระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาเข้าไปตัวน้ำตก การเดินทางที่จะเข้าไปชมน้ำตกนั้นต้องเดินเท้าเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร บริเวณต้นน้ำตกมีทางเดินลงไปยังจุดชมวิวน้ำตกที่สามารถมองเห็นน้ำตกเหวนรกในมุมมองที่สวยงาม

พิพิธภัณฑ์พระครูอุทัยธรรมธารี

                  อยู่ถัดจากศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไปทางจังหวัดสระแก้ว เป็นสถานที่รวบรวมโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์และศิลปะวัตถุของประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งของที่จัดทำขึ้นใหม่เลียนแบบศิลปะโบราณ ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีโบราณวัตถุประมาณ 900 ชิ้น อาทิ กำไลสำริด ภาชนะดินเผา เครื่องเคลือบ พระพุทธรูปปางต่างๆ เหรียญเงินตราของประเทศเพื่อนบ้านสมัยก่อน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี

                    ตั้งอยู่ทางด้านหลังของศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ประมาณ 200 เมตร เป็นพิพิธภัณฑสถานประเภทประวัติศาสตร์โบราณคดี ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมของโบราณวัตถุในเขต 7 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ตราด และระยอง ภายในมีการจัดแสดงโบราณวัตถุสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาจากเมืองโบราณสมัยทวารวดี อาทิ พระพุทธรูป เทวรูปเคารพในศาสนาฮินดู ศิวลึงค์ ทับหลัง เครื่องใช้สำริด และ จัดแสดงศิลปะในประเทศไทยสมัยต่างๆ ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ต่อเนื่องจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อประโยชน์ในการศึกษาเปรียบเทียบ รวมทั้งเครื่องถ้วยสังคโลกที่พบใต้ทะเลจากบริเวณเกาะคราม จังหวัดชลบุรี นอกจากนั้นยังจัดสถานที่ส่วนหนึ่งสำหรับนิทรรศการชั่วคราวในโอกาสต่าง ๆ ด้วย พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมวันพุธ-วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3721 1586

วัดแก้วพิจิตร     

                ตั้งอยู่ริมฝั่งด้านขวาของแม่น้ำบางปะกง ในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2422 โดยเศรษฐีนีใจบุญชาวปราจีนบุรีชื่อนางประมูลโภคา (แก้ว ประสังสิต) ภรรยาของขุนประมูลภักดี ต่อมาในปี พ.ศ. 2456 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ได้สร้างพระอุโบสถเพิ่มเติม จึงมีลักษณะทางสถาปัตยกรรม และลวดลายประดับอาคารผสมผสานระหว่างศิลปไทย จีน ยุโรป และเขมร สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ ฝาผนังด้านนอกพระอุโบสถมีภาพปูนปั้นเรื่องรามเกียรติ์ ภายในพระอุโบสถมีภาพวาดบนแผ่นผ้าเกี่ยวกับเรื่องราวในพระพุทธศาสนา เช่น ทศชาติชาดก มารผจญ วาดโดยช่างหลวงในรัชกาลที่ 6 ด้านหน้าพระอุโบสถมีอาคารเรียนหนังสือไทยนักธรรมบาลีเป็นอาคารคอนกรีต รูปสถูปโดม ศิลปกรีกหรือโรมันอยู่หลังหนึ่ง นอกจากนั้นภายในวัดแก้วพิจิตรยังมีหอพระไตรปิฎกและศาลาตรีมุขที่ท่าน้ำ บรรยากาศภายในวัดร่มรื่น

วัดโบสถ์


                 อยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองปราจีนบุรี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ภายในวัดมีพระพุทธรูป 3 องค์ ประดิษฐานเรียงรายไปตามริมแม่น้ำ คือ พระพุทธรูปปางลีลา พระนามว่า “พระสิริมงคลนิมิต” พระพุทธรูปปางประทับนั่งห้อยพระบาท พระนามว่า “พระสรรพสิทธินาวา” พระพุทธรูปปางประทับนอน พระนามว่า “พระมหาชินไสยาสน์” ภายในวัดมีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ

                  การเดินทาง จากถนนเทศบาลดำริถึงสี่แยกถนนสุวินทวงศ์ ทางหลวงหมายเลข 319 แล้วตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 3071 ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

                 ประดิษฐานอยู่ ณ สี่แยกเนินหอม อยู่ห่างจากตัวเมืองปราจีนบุรีไปทางทิศเหนือ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 320 ประมาณ 9 กิโลเมตร วงเวียนศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจะตั้งอยู่ทางขวามือ ศาลแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในท่าประทับยืน เหตุที่สร้างศาลขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระองค์ท่านในคราวกรีฑาทัพจากกรุงศรีอยุธยา เพื่อไปปราบนักพระสัฏฐาแห่งเมืองละแวก ระหว่างการเดินทางทัพได้หยุดพักทัพในเขตปราจีนบุรี ประชาชนชาวจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงนิยมมาสักการะบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี
                    ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ถนนปราจีนอนุสรณ์ ข้างหอประชุมอำเภอเมือง เดิมเป็นอาคารในโรงจักรถลุงทอง จัดสร้างโดยพระปรีชากลกาล (สำอาง อมาตยกุล) สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีสถาปัตยกรรมผสมระหว่างศิลปกรรมไทยกับแบบตะวันตก ทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และได้ทำการบูรณะซ่อมแซม จัดทำเป็นศูนย์วัฒนธรรมเพื่อเป็นที่รวบรวมเอกสาร วัตถุโบราณ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ประเพณี และวัฒนธรรมของชาวบ้านในท้องถิ่น

สวนนกวัดสันทรีย์


                ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดเป็นที่ชุมนุมของนกนานาชนิด เช่น นกแขวก นกกาน้ำ นกกระยาง จำนวนนับหมื่นจะมาชุมนุมกันทุกปี ในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับนักดูนก
                การเดินทาง ใช้เส้นทางเข้าทางเดียวกับวัดโบสถ์แต่มีทางแยกขวามือ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 18 กิโลเมตร

สวนพันธุ์ไผ่

                    ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินหอม มีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ เป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์ไผ่นานาชนิดปลูกไว้เพื่อการศึกษา และขยายพันธุ์ อยู่ในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ การเดินทาง จากทางหลวงหมายเลข 33 เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกเนินหอม (วงเวียนศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) ไปตามทางหลวงหมายเลข 3077 สายแยกเนินหอม-เขาใหญ่ ซึ่งเป็นถนนไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์
               ก่อสร้างเป็นเขื่อนดิน สูงประมาณ 16.50 เมตร ยาว 740 เมตร จากปากทางเข้าอ่างเก็บน้ำให้เลี้ยวซ้ายจะมีถนนขึ้นไปจนถึงยอดเขาเพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบ ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร และช่วงกิโลเมตรที่ 6 จะเป็น เนินพิศวง หรือ เนินมหัศจรรย์ ยาวประมาณ 150 เมตร ถ้าจอดรถแล้วปล่อยเกียร์ว่างไว้รถจะไหลขึ้นเนินได้ซึ่งเกิดจากภาพลวงตาจากภูมิประเทศโดยรอบ

             การเดินทาง จากสี่แยกเนินหอม แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 33 ไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกให้แยกซ้ายมือ ระหว่างกิโลเมตรที่ 160-161 เลยไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึงอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์



พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์
              พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 17 ไร่ ในเขตตำบลดงขี้เหล็ก นอกจากเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมตะเกียงโบราณแล้ว ยังมีของเก่าที่ใช้ในชีวิตประจำวันของคนสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นธนบัตรเก่า เหรียญเก่า ลอตเตอรี่เก่า ตู้ไม้สัก โต๊ะเครื่องแป้ง ตลอดจนตู้เย็นน้ำมันก๊าด พัดลมที่ใช้น้ำมันก๊าด นาฬิกาไขลาน วิทยุไม้ ตะเกียงลาน จักยานและตราชั่งเก่า ที่อีหลายคนยังไม่เคยเห็น โดยจุดสนใจและได้รับความนิยมมากก็คือลอตเตอรี่ เมื่อเดินชมรอบแล้วยังสามารถพักผ่อนบริเวณสวนสงบที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติอันสวยงาม ทั้งนี้ภายนอกอาคารยังมีบ่อปลาสำหรับท่านให้อาหารปลาเพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ

                พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ อยู่ห่างจากตัวเมืองปราจีนบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ 135 ถ.ปราจีนตคาม ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ไปทาง อ.ประจันตคามเมื่อท่านได้ก้าวเข้าสู่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ท่านจะได้พบกับตะเกียงจำนวนมากมหาศาลซึ่งมีแขวนอยู่ทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นตามที่จอดรถ ร้านค้าบนเพดานตามอาคารต่างๆ แม้กระทั่งห้องน้ำอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ โทรศัพท์ 037-217551 , 037-217552 มือถือ 081-2958218

เว็บไซต์ www.yusuksuwanmuseum.com E-mail : yusuksuwan@hotmail.com

วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ดอกไม้ประจำวันเกิด

ดอกไม้ประจําวันเกิด




Fd.mail



สมัยโบราณเชื่อกันไว้ว่า ในแต่ละวันจะมีต้นไม้และดอกไม้ประจำวัน

ซึ่งเชื่อกันว่า หากใครที่ปลูกต้นไม้หรือดอกไม้ประจำวันเกิด แล้วต้นไม้หรือดอกไม้เจริญเติบโตได้ดี ชีวิตก็จะก้าวหน้า ร่างกายแข็งแรงหรือถ้าออกดอกเบ่งบาน เชื่อกันว่าจะมีความสุขความสมหวังเสมอ ตรงกันข้าม หากดอกไม้หรือต้นไม้เกิดเหี่ยวเฉาลงก็จะเป็นลางเตือนเจ้าของต้นไม้ ดอกไม้ได้เหมือนกัน



หากว่าเธอคนนั้นเกิดวัน...



เธอที่เกิดวันอาทิตย์

ต้นไม้ประจำวันเกิดเป็น ต้นพวงแสด ต้นพุทธรักษา ต้นธรรมรักษา และต้นเยอร์บีร่าที่มีดอกสีส้ม ส่วนดอกไม้ประจำวันเกิดเป็นดอกกุหลาบสีส้ม จะถูกโฉลกกับเธอที่เกิดวันอาทิตย์ ผู้มีนิสัยทะเยอทะยานและกระตือรือลัน เธอและดอกไม้มีความหมายถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ ดอกไม้อีกชนิดสำหรับผู้เกิดวันนี้คือ ดอกทานตะวัน อันเป็นสัญลักษณ์คู่กับพระอาทิตย์เสมอ บอกถึงตัวเธอที่เชื่อมั่น หัวสูง ถือตัว และหยิ่งในศักดิ์ศรีด้วย



เธอที่เกิดวันจันทร์

ต้นไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ต้นมะลิ ต้นแก้ว ต้นพุด ต้นจำปี ยิ่งถ้าปลูกแล้วออกดอกหอม เธอจะยิ่งโชคดี ดอกไม้ประจำวันเกิดคือดอกมะลิขาวสะอาด หมายถึงตัวเธอที่มีความนุ่มนวลอ่อนโยน เรียบร้อย

ส่วนดอกไม้อีกชิดคือ ดอกกุหลาบขาว หมายถึงความรักที่อ่อนโยนและไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน เพราะคนวันจันทร์มักอ่อนไหวง่าย โรแมนติก และช่างฝัน



เธอที่เกิดวันอังคาร

ต้นไม้ที่แสนดีของเธอคือ ต้นชัยพฤกษ์ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นยี่โถ ออกดอกสีชมพู ต้นเข็มออกดอกสีชมพู ถ้าต้นไม้ของเธอออกดอกมากๆ บอกได้ว่าเธอกำลังมีความสุขดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกล้วยไม้

โดยเฉพาะที่ออกดอกสีชมพู เพราะมีความหมายถึงความรักที่ร้อนรุ่ม หวือหวา วูบวาบตามอารมณ์ของคนที่เกิดวันนี้



เธอที่เกิดวันพุธ

ต้นไม้ประจำตัวคนที่เกิดวันพุธนั้นพิเศษกว่าคนอื่นตรงที่เป็นต้นไม้ใบเขียว โดยเฉพาะต้นกระดังงา ต้นสนฉัตร ดังนั้นเธอควรปลูกต้นไม้เยอะๆ ถึงจะโชคดี ต้นไม้เหล่านั้นจะช่วยปกป้องคุ้มครองเธอได้ คือ ดอกบัว หมายถึงจิตใจอันสงบ เพราะคนที่เกิดวันพุธมักชอบเป็นนักการทูตและรัก สันติภาพดอกไม้ประจำวันเกิดคือ คือดอกบัว ซึ่งคนที่เกิดวันพุธมักจะเป็นนักคำนวณ (เงิน) สีเหลืองอร่ามราวกับทองของดอกไม้ชิดนี้ หมายถึงรักของเธอต้องมาพร้อมเงิน



เธอที่เกิดวันพฤหัสบดี

เธอที่เกิดวันนี้ มีต้นไม้ประจำตัวคือ ต้นโสน ต้นราชพฤกษ์ และต้นบานบุรี

หากมีต้นไม้เหล่านี้อยู่ในบ้านจะช่วยคุ้มครองดูแลเธอ ดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกุหลาบสีเหลือง หมายถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความรัก รักซ้อนซ่อนใจ เพราะคนที่เกิดวันนี้เป็นคนรักงายหน่ายเร็ว เจ้าชู้เล็กๆ ดอกไม้อีกชนิดหนึ่งคือดอกคาร์เนชั่นสีชมพู หมายถึงรักของเธอที่อ่อนโยนและอ่อนหวาน เธอที่เกิดวันนี้ จริงๆ แล้วเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและมีอารมณ์ขัน น่ารักเหมือนดอกไม้ของเธอนั่นแหละ



เธอที่เกิดวันศุกร์

ต้นไม้ที่แสนดีของคนที่วันศุกร์คือ ต้นพยับหมอก ต้นแส ต้นอัญชัน

ส่วนดอกไม้ที่ถูกแลกโชคดีของเธอคือ กุหลาบทุกสี เพราะคนที่เกิดวันศุกร์มักเป็นนักรักที่ยิ่งใหญ่มีเสน่ห์ล้นเหลือหรือจะเป็นดอกไม้เจ้าเสน่ห์ที่มีความหมายหวานแหววแบบดอกไวโอแลตว่า "ฉันรักเธอแล้ว หากรักฉันก็บอกกันบ้างนะ" คนเกิดวันศุกร์บางอารมณ์ก็โลเล จึงได้ดอกลาเวนเดอร์ที่มีความหมายถึงรักที่สับสน ไม่แน่นอน ไปครองอีกดอกหนึ่ง



เธอที่เกิดวันเสาร์

จะมีต้นไม้พวก ตันกัลปังหา ต้นพวงคราม ต้นอินทนิล เป็นต้นไม้ประจำวันเกิด และดอกไม้ประจำวันเกิดคือ ดอกลิลลี่ อันหมายถึงรักครั้งแรก รักที่บริสุทธิ์เพราะคนที่เกิดวันเสาร์เป็นคนจริงจังและซีเรียส จึงรักใครยากหน่อย ทว่าดอกลิลี่เป็นดอกที่กระทบใจคนขี้เหงาวันเสาร์ได้ดีทีเดียว



แล้วคุณหละเกิดวันไหน

โรคอ้วน

อ้วน




สาเหตุของการอ้วน



1. กรรมพันธุ์ ถ้าพ่อและแม่เป็นคนอ้วน ลูกก็มีโอกาสอ้วนได้มาก






2. ทานอาหาร มากเกินต้องการของร่างกาย อาหารที่เกินนี้จะกลายเป็นไขมันสะสม ทำให้น้ำหนักร่างกายเพิ่มขึ้น






3. กิจกรรมน้อย เมื่ออายุมากขึ้น การใช้แรงงานของร่างกายลดลง ทำให้มีพลังงานเหลือเก็บ สะสมเป็นไขมัน






5. ยา บางอย่าง เมื่อกินเข้าไปแล้ว ทำให้อยากอาหารมากขึ้น, รับประทานอาหารมากขึ้น






6. ภาวะจิตใจ ผิดปกติ






คุณเข้าข่ายของสาเหตุพวกนี้หรือไม่ ถ้าใช่ทำอย่างไรดี???






วิธีลดความอ้วน






1. การควบคุมอาหาร






2. ออกกำลังกาย






3. การใช้ยาลดน้ำหนัก






4. การใช้อาหารลดน้ำหนัก






5. การผ่าตัด






6. การฝังเข็ม






7. การกดจุด






คนอ้วนมักจะทานอาหารที่มีแคลอรี่ เกินความต้องการของภายในแต่ละวัน จึงทำให้มีพลังงานเหลือใช้ ซึ่งจะถูกนำไปเก็บไนรูปไขมัน






การออกกำลังกาย แต่อย่างเดียวโดยไม่ควบคุมอาหารเลยทำให้การลดความอ้วนเป็นไปได้ยาก แม้เราจะพยายามออกกำลัง มาก ๆ ทุกวัน ซึ่งจะช่วยเผาผลาญ พลังงานได้ส่วนหนึ่ง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณอาหารที่เรารับประทานแล้ว เรารับพลังงานจากอาหารเข้าไปมากกว่า พลังงานที่เผาผลาญไปจากการออกกำลังกาย






ทำไมเราจึงต้องลดความอ้วน






เพราะความอ้วน ทำให้เกิดโรคได้มากกว่า คนปกติ ได้แก่






1. โรคเบาหวาน






2. ความดันโลหิตสูง






3. ไขมันในเลือดสูง






4. นิ่วในถงน้ำดี






5. โรคปอด






6. ข้อเสื่อม






7. โรคหัวใจ






8. มีความต้านทานต่อโรคต่ำ






9. มะเร็ง






ความอ้วนยังทำให้เกิดปมด้อยอีกด้วย






ข้อแนะนำเกี่ยวกับการดวบคุมอาหาร






1. ทานอาหารมื้อเย็นให้น้อยที่สุด เพราะอาหารมื้อเย็น ร่างกายไม่ค่อยได้นำไปใช้มักจะเก็บสะสม ในรูปไขมัน






2. ค่อย ๆ ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ






3. งดอาหารจุกจิกระหว่างมื้อ






4. ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ ลดการดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน เบียร์ สุรา






5. ไม่ทานอาหารทอด ทานอาหารที่ปรุงโดยการ ต้ม นึ่ง อบเผา ปิ้ง






6. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน หรือโคเรสเตอรอลสูง เช่น เนย ไข่แดง ปลาหมึก เค็ก คุ๊กกี้ เครื่องใน หมูสามชั้น ขาหมู หนังไก่ ข้าวมันไก่






7. ควรกินอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่นเนื้อสัตว์ แต่ควรเป็นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่นเนื้อปลา






8. รับประทานผักให้มาก เพราะให้พลังงานแคลอรี่น้อย แต่ช่วยเพิ่มกากใยอาหารช่วยในการขับถ่าย ให้เกลือแร่และวิตามินด้วย






9. ลดอาหารพวกแป้ง น้ำตาล ไขมัน






10. เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน โดยกินเมื่อหิวเท่านั้น ไม่กินพร่ำเพรื่อ กินอาหารช้า ๆ เคี้ยวช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียด






11. พยายามมุ่งมั่นในการลดน้ำหนัก เตือนสติตัวเองอยู่เสมอ พยายามชั่งน้ำหนักตัวเองบ่อย ๆ ทุกวัน ทำตารางการออกกำลังกาย ตารางการทานอาหารในแต่ละมื้อ